พรีวิวการเล่นจริงครั้งแรกของ Marvel's Wolverine ได้ถูกปล่อยออกมาแล้ว และรายละเอียดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือระบบ Rage (เกจความโกรธ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เกจนี้แบ่งออกเป็น 3 ระดับ (Tiers) ซึ่งส่งผลต่อสไตล์การต่อสู้ของ Logan อย่างสิ้นเชิง
เจาะลึกการทำงานของ Rage Meter
Core loop ของเกมนั้นเข้าใจง่าย: ทำคอมโบเพื่อสะสม Rage แต่สิ่งที่น่าสนใจคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเกจเพิ่มสูงขึ้น แต่ละ Tier ไม่ได้เป็นเพียงตัวคูณความเสียหาย (Damage multiplier) เท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนความสามารถของ Logan อย่างมีนัยสำคัญ
ที่ Rage Tier 1 คุณจะเล่นเป็นสายลุยที่รวดเร็วและดุดัน คอมโบทำดาเมจได้หนักหน่วงและให้ความรู้สึกที่ลื่นไหล แต่เมื่อถึง Tier 2 สถานการณ์จะเริ่มจริงจังขึ้น การโจมตีจะรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และ Logan จะปลดล็อกสกิล Last Stand ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้เขาสามารถเผาผลาญ Rage เพื่อฟื้นคืนชีพได้หากเลือดหมด ซึ่งถือว่าสำคัญมาก การได้รับโอกาสครั้งที่สองกลางการต่อสู้โดยไม่ต้องโหลด Checkpoint ใหม่ จะช่วยให้คุณกล้าเล่นได้มั่นใจขึ้น
Rage Tier 3 คือสิ่งที่สื่อหลายสำนักพูดถึงมากที่สุด การโจมตีจะทรงพลังขึ้นอย่างมหาศาลและสามารถทำ Critical strikes ที่รุนแรงได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเลขดาเมจที่เพิ่มขึ้น แต่มันเปิดโอกาสให้ทำ Takedown เฉพาะตัว เช่น การแย่ง Katana จากนินจา Hand มาเสียบสวนกลับ หรือการคว้าธนูจากกลางอากาศมาใช้เป็นอาวุธชั่วคราว พรีวิวบรรยายไว้ว่าเสียงลมหายใจของ Logan จะดังและดิบเถื่อนขึ้น วิสัยทัศน์จะแคบลงในขณะที่เขาฉีกกระชากศัตรูเป็นกลุ่มๆ ดูเหมือนว่า Insomniac จะหาวิธีทางกลไกที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวละคร ไม่ใช่แค่การควบคุมตัวละครเท่านั้น
การปัดป้อง (Parrying), เทคนิค และ DNA ของ Spider-Man
ระบบ Rage ไม่ได้ทำงานแยกส่วน พรีวิวระบุว่าระบบต่อสู้ยังรวมถึงการ Parrying และเทคนิคพิเศษที่สามารถอัปเกรดและตั้งค่าปุ่มกดได้ คล้ายกับวิธีที่ Insomniac ออกแบบความสามารถในเกม Spider-Man ซึ่งเป็นการออกแบบที่ชาญฉลาด ผู้เล่นที่มาจากเกมเหล่านั้นจะเข้าใจ Input logic ได้ทันที ในขณะที่ Rage meter ก็มอบเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เข้ากับคาแรคเตอร์ของ Wolverine ได้เป็นอย่างดี
Kristen Zitani ผู้จัดการฝ่าย Content Communications ของ Sony Interactive Entertainment บรรยายถึงการควบคุม Logan ว่าเหมือนกับพายุที่เชื่อมโยงอะดรีนาลีนของเธอเข้ากับความโกรธของตัวละครโดยตรง นี่คือ Feedback ที่บ่งบอกว่าระบบนี้ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี ไม่ใช่แค่การออกแบบบนกระดาษเท่านั้น
การสำรวจและการอัปเกรดนอกเหนือจากการต่อสู้
แม้การต่อสู้จะเป็นจุดขายหลัก แต่พรีวิวก็ได้กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้ด้วย เช่น กล่องสมบัติที่ซ่อนอยู่ซึ่งมีวัตถุดิบสำหรับอัปเกรด, ขวดวิสกี้ที่กระจายอยู่ตามด่าน และ Nightmare Doors ที่มอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ โดยจะพา Logan ไปยังกระท่อมในฝัน ซึ่งเป็นด่าน Speed trial ที่เน้นการเคลื่อนที่แบบแนวตั้ง การผ่านด่านเหล่านี้จะช่วยปลดล็อกความทรงจำในอดีตของเขา ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเนื้อหาเสริมเข้ากับเนื้อเรื่องหลักโดยตรง
การอัปเกรดครอบคลุมไปถึงเครื่องแต่งกายและกรงเล็บของ Logan ด้วย แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะเจาะจงของระบบเหล่านี้จะยังไม่ได้ถูกเปิดเผยทั้งหมดในพรีวิว
ความหมายต่อตัวเกมฉบับเต็ม
Insomniac ยืนยันแล้วว่า Marvel's Wolverine เป็นเกมแนว Linear action ไม่ใช่ Open world ซึ่งคุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน บทวิเคราะห์โครงสร้างเกมของเรา ระบบ Rage เข้ากับโครงสร้างนี้ได้เป็นอย่างดี เกมแนว Linear action จะสนุกหรือไม่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกในการต่อสู้ในแต่ละจังหวะ และการมี 3 ระดับที่ค่อยๆ ทวีความรุนแรงพร้อมการปลดล็อกกลไกใหม่ๆ จะทำให้ทุกการปะทะมีจุดพีคของมันเอง
วันวางจำหน่าย 15 กันยายน เหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งเดือน หากเกมฉบับเต็มทำได้ตามที่พรีวิวบรรยายไว้ Insomniac อาจจะมีเกม Exclusive ระดับคุณภาพบน PS5 อีกหนึ่งเกม สำหรับข้อมูลทั้งหมดที่ยืนยันแล้ว สามารถติดตามได้ที่ คลังรวมไกด์ Marvel's Wolverine เพื่ออัปเดตรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา








