Grand Cayman ใน Assassin's Creed IV: Black Flag Resynced มีหีบสมบัติให้ตามหาทั้งหมด 3 ใบ แต่มีอยู่ใบหนึ่งที่ทำเอาผู้เล่นหลายคนไปไม่เป็น มันตั้งเด่นหราอยู่บนยอดหน้าผาที่พิกัด (357,298) ซึ่งมองเห็นได้จากพื้นดินแต่กลับไม่มีเส้นทางให้ปีนขึ้นไปชัดเจน ไม่ว่าจะใช้เทคนิค Parkour มุมไหนก็ไม่ได้ผล และไม่มีจุดให้ใช้ Grapple point เลย ครั้งนี้ตัวเกมไม่ได้กำลังทดสอบทักษะการปีนป่ายของคุณแต่อย่างใด
หีบสมบัติที่ไม่ใช่ปริศนาการปีนป่าย
ความจริงก็คือ: หีบสมบัติลับที่พิกัด (357,298) เป็นปริศนาเชิงสังคม (Social puzzle) ไม่ใช่ปริศนาการเดินทาง ข้างๆ หีบมีชายแก่คนหนึ่งที่กำลังโดนต่อว่าเรื่องดื่มหนักเกินไป นั่นแหละคือคำใบ้ ตัวเกมแทบจะขยิบตาบอกคุณอยู่แล้ว
ในการเข้าถึงหีบใบนี้ ผู้เล่นจะต้องไปที่ Grand Cayman tavern และซื้อเครื่องดื่มติดต่อกัน 5 แก้วให้กับ Edward Kenway โดยตัว Tavern อาจต้องเคลียร์ Bar fight (การตะลุมบอนในบาร์) ให้สำเร็จก่อนถึงจะปลดล็อกการใช้งานได้อย่างเต็มที่ หลังจากดื่มแก้วที่ห้า หน้าจอจะตัดเป็นสีดำ (Fade-to-black) แล้ว Edward จะตื่นขึ้นมาในจุดที่ชายแก่คนนั้นนั่งอยู่พอดี โดยนอนแผ่อยู่บนกองใบปาล์มบนหน้าผาที่ปกติแล้วไม่มีทางขึ้นไปถึง ภายในหีบจะบรรจุ Yoke-Form Vessel ซึ่งเป็นของสะสมประเภทงานศิลปะ และผู้เล่นจะได้รับ "Hungover" trophy/achievement จากการทำภารกิจนี้ด้วย
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่พลาดไปคือตัวเกมได้บอกใบ้วิธีแก้ปริศนาไว้ตลอดเวลา NPC ขี้เมาคนนั้นไม่ใช่แค่ฉากประกอบ แต่เขาคือเบาะแสสำคัญ
หีบสมบัติอีกสองใบและมูลค่าของรางวัล
หีบสมบัติอีก 2 ใบที่เหลือใน Grand Cayman เป็นการค้นหาแบบดั้งเดิมมากกว่า แม้ว่าจะไม่ได้เดินเข้าไปหยิบได้ง่ายๆ ก็ตาม
หีบใบที่ 1 อยู่ที่ (358,295) ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน ใกล้กับ cave pool with a Mayan statue ผู้เล่นต้องลุยน้ำลงไปในสระ ดำน้ำที่ก้นสระตรงบันไดที่ทอดตัวลงไป แล้วว่ายผ่านประตูใต้น้ำขึ้นมาโผล่ในห้องถ้ำที่หีบตั้งรออยู่ รางวัลที่ได้คือของมีค่าจำนวนหนึ่งมูลค่าไม่กี่ร้อย Reales ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดที่คุ้มค่าน้อยที่สุดในเกม
หีบใบที่ 2 ที่ (365,303) ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นใบที่ตรงไปตรงมาที่สุดในบรรดาสามใบ มันตั้งอยู่ใน Spanish soldier encampment และมองเห็นได้จากระยะไกล อุปสรรคเดียวคือเหล่าทหาร ซึ่งหมายความว่าคุณต้องเลือกระหว่างการลอบสังหารแบบเนียนๆ หรือจะบวกตรงๆ ก็ได้ ส่วนรางวัลก็เหมือนเดิม คือของมีค่ามูลค่าหลายร้อย Reales
ทำไมหีบสมบัติขี้เมาถึงกลายเป็นกระแส
Black Flag Resynced ซึ่งเป็นการนำเกมโจรสลัดต้นฉบับปี 2013 มาสร้างใหม่โดย Ubisoft กำลังได้รับความสนใจจากช่วงเวลาแบบนี้แหละ การที่ตัวเกมเลือกใช้การเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อม (Environmental storytelling) มาเป็นกลไกแก้ปริศนา แทนที่จะพึ่งพาแค่เครื่องหมายบนแผนที่หรือเส้นทางการปีนป่าย คือสิ่งที่ผู้เล่นตอบรับในเชิงบวก
หีบสมบัติลับที่ Grand Cayman เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ของปรัชญาการออกแบบที่กว้างกว่านั้นในเวอร์ชัน Remaster เมื่อเทียบกับวิธีที่ของสะสมและไอเทมลับทำงานในเกมอย่าง Assassin's Creed Valhalla ที่ความมั่งคั่งและปริศนาส่วนใหญ่มักถูกล็อกไว้ด้วยการต่อสู้หรือความสามารถเฉพาะตัว แนวทางของ Black Flag Resynced กลับให้ความรู้สึกที่สนุกและขี้เล่นกว่า วิธีแก้ปริศนาต้องอาศัยการสังเกตโลกในเกมมากกว่าการไล่เช็กตามรายการ
ประเด็นสำคัญคือการที่ Achievement อย่าง "Hungover" มีอยู่จริง Ubisoft สร้าง Trophy ขึ้นมาเพื่อรองรับการปฏิสัมพันธ์นี้โดยเฉพาะ ซึ่งบอกทุกอย่างว่าการออกแบบนี้ตั้งใจมาตั้งแต่ต้น มันไม่ใช่บั๊กที่ผู้เล่นนำไปใช้ประโยชน์ แต่มันคือมุกตลกที่ผู้พัฒนาใส่ไว้ในเกมและรอให้ผู้เล่นมาค้นพบ
สิ่งที่รออยู่หลังจบจาก Grand Cayman
สำหรับผู้เล่นที่กำลังไล่เก็บของสะสมและไอเทมลับใน Black Flag Resynced เกาะ Grand Cayman เป็นเพียงจุดแวะพักหนึ่งในการเดินทางอันยาวนานทั่วทะเลแคริบเบียน ไม่ว่าจะเป็น Antocha Wreck, Smuggler's Den ที่ Anotto Bay และ Salt Lagoon ต่างก็มีปริศนาหีบสมบัติและขุมทรัพย์ที่ถูกฝังไว้ให้ตามหาด้วยระดับความยากที่แตกต่างกันไป
ผู้เล่นที่ต้องการเก็บ 100% ให้ครบทั้งแผนที่คงต้องการแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้สำหรับทุกสถานที่ ศูนย์รวมไกด์เกมบนเว็บไซต์ของเรา ครอบคลุมซีรีส์ Assassin's Creed ทั้งหมดและ เกมแนวผจญภัย อื่นๆ ด้วยเนื้อหาที่เจาะลึก สำหรับเนื้อหาเฉพาะของ Valhalla สามารถดูได้ที่ คลังไกด์ Assassin's Creed Valhalla ซึ่งมีทุกอย่างตั้งแต่พิกัดความมั่งคั่งไปจนถึงบทสรุปเนื้อเรื่องฉบับเต็ม








