Bumper Bout เกมพินบอลแนว PvP (Player vs Player) ที่ให้คุณยิงลูกบอลใส่สนามของคู่แข่งโดยตรง เปิดให้ทดลองเล่น Demo ฟรีบน Steam แล้ววันนี้ ก่อนจะวางจำหน่ายจริงในวันที่ 29 ตุลาคม
คอนเซปต์ของเกมนั้นเรียบง่ายจนน่าเหลือเชื่อ ผู้เล่นสองคนกับโต๊ะพินบอลสองตัวที่วางอยู่ข้างกัน พร้อมความสามารถในการยิงลูกบอลข้ามเส้นแบ่งไปยังฝั่งของคู่ต่อสู้ ในขณะที่คุณกำลังวุ่นอยู่กับการคุม Flippers (แป้นดีด) ไล่ตาม Bumpers (ตัวเด้ง) และพยายามไม่ให้ลูกบอลหลุดลง Drain (ช่องเสียลูก) คู่แข่งของคุณก็อาจจะส่งลูกบอลอีกลูกเข้ามาเพิ่มความโกลาหลให้คุณได้ทุกเมื่อ คอนเซปต์นี้ดูเป็นธรรมชาติมากจนรู้สึกเหมือนว่าพินบอลควรจะมีระบบนี้มาตั้งนานแล้ว
ความโกลาหลที่เกิดขึ้นจริง
ลูกบอลทุกลูกที่ตกลง Drain จะทำให้คุณเสีย 1 หัวใจ หากเสียครบ 5 หัวใจ รอบนั้นก็ถือว่าแพ้ไป แรงกดดันมาจากทั้งสองทาง คือสนามที่วุ่นวายของคุณเองและสิ่งที่คู่แข่งส่งข้ามมา
การทำคะแนนด้วยการยิงโดน Bumpers และเป้าหมายต่างๆ จะช่วยเติม Attack Meter (เกจโจมตี) ซึ่งทำให้คุณสามารถยิงลูกบอลข้ามฝั่งไปได้ทุกเมื่อ หากสะสมครบ 4 ลูก คุณจะปลดล็อก Ultimate Ability (สกิลไม้ตาย) ของตัวละครได้ ตัวละครโจรสลัดจะยิงระเบิดข้ามไป ส่วนอีกตัวละครจะสร้างหลุมแรงโน้มถ่วงในฝั่งของคู่แข่ง สกิลเหล่านี้มีความรุนแรงและชัดเจน ซึ่งนั่นแหละคือจุดเด่นของเกม
สนามที่เพิ่มดีกรีความกดดัน
คอนเซปต์พื้นฐานนี้อาจจะสนุกบนโต๊ะธรรมดา แต่ตัวสนาม (Playfields) เองก็เพิ่มมิติเข้าไปอีกขั้น ด่านอวกาศจะมีดาวเทียมและดวงจันทร์ที่เด้งไปมากลางโต๊ะ เปลี่ยนพื้นผิวที่วุ่นวายอยู่แล้วให้กลายเป็นความโกลาหลที่ควบคุมได้ ส่วนโต๊ะฟุตบอลจะเปิดใช้งานตัวละครจำลองเมื่อคุณกด Flippers ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนทิศทางลูกบอลได้ ซึ่งให้ความรู้สึกสะใจเมื่อทำสำเร็จและหงุดหงิดเมื่อพลาด
ประเด็นคือการออกแบบสนามนั้นมีผลจริงๆ แต่ละโต๊ะมีจังหวะ (Rhythm) ของตัวเอง การเรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ควรบุกและเมื่อไหร่ควรโฟกัสที่ฝั่งตัวเอง กลายเป็นกลยุทธ์ที่แท้จริงมากกว่าแค่การกดปุ่มรัวๆ
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มองข้ามเกี่ยวกับรูปแบบเกม
พินบอลมักจะเป็นเกมแนว Solo (เล่นคนเดียว) ที่เน้นการจัดการกับความกังวล Bumper Bout เปลี่ยนความกังวลนั้นให้กลายเป็นอาวุธด้วยการส่งต่อความกดดันไปให้คนอื่น การเปรียบเทียบกับเกม Puyo Puyo Tetris นั้นถือว่าใกล้เคียงมาก เพราะทั้งสองเกมนำแนวเกม Single-player ที่คุ้นเคยมาเพิ่มเส้นทางการโจมตีโดยตรงระหว่างผู้เล่น เปลี่ยนความอดทนให้กลายเป็นความดุดัน
ระบบ 5 หัวใจทำให้แต่ละรอบจบไวและเร้าใจ การพลาดเสียลูกเพียงครั้งเดียวอาจพลิกเกมได้ ซึ่งหมายความว่าไม่มีช่วงเวลาไหนที่ผู้เล่นจะปลอดภัยจริงๆ ความตึงเครียดนี้เองที่ทำให้เกมนี้เป็นเกมที่น่าดูพอๆ กับน่าเล่น ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้มันได้เป็นเกมรอบชิงในรายการ Omegathon ที่งาน PAX
สำหรับแฟนเกมที่ผสมผสานฟิสิกส์สไตล์พินบอลเข้ากับกลไกการแข่งขัน คู่มือกลยุทธ์สำหรับผู้เริ่มต้น Ball x Pit เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยให้เข้าใจว่าฟิสิกส์ของลูกบอลและการคุมบอร์ดส่งผลต่อความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างไร
โหมด Solo และการเล่นออนไลน์กำลังจะมา
การวางจำหน่ายตัวเต็มในวันที่ 29 ตุลาคม จะมีมากกว่าแค่โหมด PvP โดยมีการวางแผนเพิ่มโหมด Arcade และ Survival สำหรับเล่นคนเดียว เพื่อให้เกมยังคงมีความน่าสนใจแม้จะไม่มีเพื่อนเล่นด้วย นอกจากนี้ยังยืนยันว่าจะมีระบบ Online Multiplayer ในเวอร์ชันเต็ม ซึ่งจะช่วยขจัดอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เกมแนว Local-multiplayer ส่วนใหญ่เงียบเหงาหลังเปิดตัว
Demo บน Steam เปิดให้เล่นฟรีแล้วตอนนี้ ครอบคลุมโหมดผู้เล่นสองคนหลัก เพื่อให้คุณได้สัมผัสจังหวะของ Flippers และกลไกการโจมตีก่อนตัดสินใจซื้อ หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกมอื่นๆ ที่น่าสนใจในแนวแข่งขันและแอ็กชัน ศูนย์รวมคู่มือกลยุทธ์ มีข้อมูลครบถ้วน รวมถึง Tier List ตัวละคร Ball x Pit สำหรับใครที่ชื่นชอบเกมแนวแข่งขันที่เน้นความโกลาหลจากฟิสิกส์




