Pragmata เพิ่งวางจำหน่ายได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่ Capcom ก็เริ่มพูดถึงเกมนี้ในฐานะจุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์ใหม่แล้ว Rob Dyer ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ Capcom USA ได้ให้ความเห็นในงาน Iicon สัปดาห์นี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าเกมแนวไซไฟชูตเตอร์ (sci-fi shooter) นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมสำหรับค่ายเกมยักษ์ใหญ่รายนี้

Hugh และ Diana บนดวงจันทร์
Dyer ได้กล่าวถึงปรัชญาการพัฒนาเกมระดับโลกของ Capcom โดยยกให้ Pragmata เป็นตัวอย่างสำคัญของความร่วมมือข้ามภูมิภาคที่ประสบความสำเร็จ โดยเขากล่าวอย่างชัดเจนว่า "ตอนนี้เรามี IP อีกตัวที่ Capcom สามารถนำไปต่อยอดได้ ซึ่งถือเป็นคลังแสงชั้นดีที่เราจะเดินหน้าต่อไปได้อีกไกล"
แม้จะยังไม่มีการประกาศภาคต่ออย่างเป็นทางการ แต่การใช้คำพูดในลักษณะนี้จากระดับ COO ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
ยอดขาย 1 ล้านชุดใน 2 วันมีความหมายอย่างไรต่อ Pragmata
บริบทในเรื่องนี้สำคัญมาก Pragmata เป็น IP ใหม่แกะกล่องจากค่ายเกมที่โด่งดังที่สุดจาก Resident Evil และ Monster Hunter ซึ่งเป็นสองแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่งที่สุดในวงการเกม การที่เกมใหม่เอี่ยมสามารถทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านชุดภายใน 48 ชั่วโมงถือเป็นความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณาทางการตลาด
Capcom ได้ยอมรับถึงความสำเร็จครั้งนี้โดยตรง พร้อมยกเครดิตให้กับการตัดสินใจที่สำคัญสองประการ ได้แก่ การปล่อยเดโม (demo) ให้ทดลองเล่นก่อนวางจำหน่าย และการวางจำหน่ายบน Nintendo Switch 2 ตั้งแต่วันแรกพร้อมกับแพลตฟอร์มอื่น "ความคิดริเริ่มเหล่านี้สร้างแรงส่งที่สำคัญ ทำให้ Pragmata มียอดขายทั่วโลกทะลุหนึ่งล้านชุดภายในเวลาเพียงสองวัน แม้จะเป็น IP ใหม่ทั้งหมดก็ตาม" บริษัทกล่าว
ตัวเลขบน Steam เป็นเครื่องยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน Pragmata ได้รับคะแนนรีวิวในแง่บวกจำนวน 97% ซึ่งจัดอยู่ในระดับ "Overwhelmingly Positive" หรือแง่บวกอย่างล้นหลาม ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่จะปั่นขึ้นมาได้ด้วยงบการตลาดเพียงอย่างเดียว
Pragmata นำเสนอเรื่องราวของนักบินอวกาศ Hugh และคู่หูแอนดรอยด์ Diana ในการต่อสู้เพื่อหนีออกจากฐานทัพบนดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์อันตราย เกมวางจำหน่ายแล้วบน PS5, Xbox Series X/S, Nintendo Switch 2 และ PC
6 ปี, การทดสอบในตลาดตะวันตก และเหตุผลที่มันประสบความสำเร็จ
Pragmata ใช้เวลาพัฒนาถึง 6 ปี ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานสำหรับเกมทั่วไป แต่ความเห็นของ Dyer บ่งชี้ว่าเวลานั้นไม่ได้สูญเปล่า ทีมพัฒนาในญี่ปุ่นของ Capcom ได้แสวงหาความคิดเห็นจากทีมงานในฝั่งอเมริกาตลอดกระบวนการ ทั้งการทำ Focus Test, การแจกเดโม และการทำแบบสำรวจในตลาดตะวันตก
"พวกเขาเปิดรับฟังความคิดเห็น" Dyer กล่าวสั้นๆ และหลังจากผ่านไป 6 ปีของการนำฟีดแบ็กเหล่านั้นมาปรับปรุง "มันก็คุ้มค่ากับความพยายาม"
นี่เป็นสิ่งที่น่าจับตามองเพราะเป็นระเบียบวิธีที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่คำกล่าวอ้างลอยๆ ว่า "รับฟังผู้เล่น" ทีมงานได้ทำการวิจัยอย่างเป็นระบบ ทำซ้ำ (iterate) และส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่โดนใจทั้งนักวิจารณ์และผู้เล่นไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการทำแบบนี้ให้สำเร็จนั้นยากกว่าที่คิด

การต่อสู้บนฐานทัพดวงจันทร์
สิ่งที่คำว่า 'คลังแสง' ของ Capcom สื่อถึงจริงๆ
ประเด็นสำคัญคือการเลือกใช้คำของ Dyer เขาไม่ได้พูดว่า Capcom กำลัง "สำรวจทางเลือก" หรือ "เฝ้าดูสถานการณ์" แต่เขาบอกว่าบริษัทมี IP อีกตัวที่ "สามารถเดินหน้าต่อไปได้" นี่เป็นภาษาที่มองไปข้างหน้า โดยเน้นไปที่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากกว่าการรอดูท่าที
กลยุทธ์ IP ของ Capcom ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สม่ำเสมอที่สุดในอุตสาหกรรมตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทั้ง Resident Evil และ Monster Hunter ต่างมีภาคต่อออกมาอย่างสม่ำเสมอ และค่ายเกมนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถรักษาแฟรนไชส์ไว้ได้ยาวนานโดยไม่ทำให้มันเสื่อมความนิยม หาก Capcom มอง Pragmata ในมุมเดียวกัน คำถามก็ไม่ใช่ว่าจะมีภาคต่อหรือไม่ แต่เป็นเมื่อไหร่ต่างหาก
เสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ยิ่งช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับทิศทางนี้ Pragmata ได้คะแนน 85 บน Metacritic และรีวิวต่างๆ ได้เปรียบเทียบประสบการณ์การเล่นแบบ Single-player ที่เน้นเนื้อเรื่องว่าทำออกมาได้ดีไม่แพ้เกมผจญภัยในยุค Xbox 360 ซึ่งถือเป็นคำชมที่ชัดเจน เกมจากยุคนั้นอย่าง Alan Wake หรือ Vanquish ต่างก็มีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นจนนำไปสู่การสร้างภาคต่อหรือการนำกลับมาทำใหม่ในหลายปีต่อมา
ยังไม่มีการประกาศภาคต่อหรือภาคเสริมของ Pragmata อย่างเป็นทางการ ความเห็นของ Dyer เป็นสัญญาณเชิงบวกแต่ไม่ใช่ข้อผูกมัดในการพัฒนาเกมเพิ่มเติม
ผู้เล่นที่เล่นจบแล้วเริ่มถามหาภาคต่อ
ปฏิกิริยาจากผู้เล่นที่เล่น Pragmata จบแล้วสอดคล้องกับความทะเยอทะยานของ Capcom ในการสร้างแฟรนไชส์ โลกของเกม ตัวละคร และการวางโครงเรื่องเปิดช่องให้ขยายความได้อีกมาก เรื่องราวของ Hugh และ Diana บนฐานทัพดวงจันทร์อาจจบในตัวได้ แต่ก็ทำหน้าที่เป็นบทนำสู่จักรวาลที่กว้างใหญ่ซึ่งยังไม่ได้ถูกสำรวจอย่างเต็มที่
นั่นคือรากฐานที่ค่ายเกมต้องการก่อนจะตัดสินใจสร้างเป็นซีรีส์ ซึ่งตอนนี้ Capcom มีสิ่งนั้นอยู่ในมือแล้ว พร้อมด้วยข้อมูลยอดขายและเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจในการสร้างภาคต่อลงไปได้มาก
สำหรับผู้เล่นที่ยังไม่ได้สัมผัส นี่คือช่วงเวลาที่การเข้าถึงเกมตั้งแต่เนิ่นๆ มีความหมาย หาก Pragmata เติบโตเป็นแฟรนไชส์ เกมแรกนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด คุณสามารถติดตาม ข่าวสารวงการเกมล่าสุด เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ Capcom และค่ายเกมใหญ่ๆ กำลังจะปล่อยออกมา
ก้าวต่อไปขึ้นอยู่กับ Capcom แล้ว เมื่อพิจารณาจากตัวเลขที่ Dyer อ้างถึงในงาน Iicon คงน่าประหลาดใจหากพวกเขาปล่อยให้ Hugh และ Diana ติดอยู่บนดวงจันทร์ตลอดไป คอยจับตาดูสิ่งที่ Capcom จะประกาศในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และลองอ่าน รีวิวเกม เพื่อดูว่า Pragmata ยืนหยัดได้ดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับเกมอื่นๆ ที่วางจำหน่ายในปีนี้








