"FIR นี้เป็นเท็จและถูกสร้างขึ้นเพื่อสมคบคิด" นั่นคือคำตอบที่ชัดเจนจาก CoinDCX หลังจากผู้ก่อตั้งถูกเรียกตัวไปสอบสวนโดยตำรวจอินเดียจากกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงคริปโต ซึ่งทางกระดานเทรดขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
ข้อเท็จจริงในคำร้องเรียนของตำรวจ
คดีนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่รายงานข้อมูลเบื้องต้น (FIR) ที่ยื่นโดยที่ปรึกษาด้านประกันภัยวัย 42 ปี ซึ่งระบุว่าเธอสูญเสียเงินไปประมาณ 71 lakh Indian rupees (ประมาณ $75,000) หลังจากถูกชักชวนให้ลงทุนผ่านเว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างเป็น CoinDCX โดยคำร้องดังกล่าวได้กล่าวหาว่ามีการละเมิดความไว้วางใจทางอาญาและได้ยื่นเรื่องต่อ Thane Police ในประเทศอินเดีย
จุดที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนคือ รายงานเบื้องต้นอ้างว่าผู้ก่อตั้งอย่าง Sumit Gupta และ Neeraj Khandelwal ถูกจับกุมตัวแล้ว แต่ในรายงานฉบับต่อมาได้ชี้แจงว่าทั้งคู่ถูกเรียกตัวไปสอบสวนเท่านั้น ไม่ได้ถูกจับกุมอย่างเป็นทางการ ซึ่งความแตกต่างนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญ และดูเหมือนว่าการเรียกไปสอบสวนคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
มุมมองจากฝั่ง CoinDCX
ทางกระดานเทรดได้โต้กลับอย่างรวดเร็ว โดยในแถลงการณ์ที่โพสต์บน X ทาง CoinDCX ระบุว่าคำร้องเรียนนี้ถูกจัดฉากโดยกลุ่มมิจฉาชีพที่สวมรอยเป็นผู้ก่อตั้ง หลอกล่อเหยื่อไปยังเว็บไซต์ปลอม และโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลที่สามซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับกระดานเทรดจริง บริษัทได้ย้ำชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ความล้มเหลวภายใน แต่เป็นการโจมตีด้วยการสวมรอย (Impersonation Attack) ที่มุ่งเป้ามาโดยเฉพาะ
CoinDCX ระบุว่าได้รายงานเว็บไซต์ที่แอบอ้างโดเมน coindcx.com ไปแล้วกว่า 1,212 เว็บไซต์ ในช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2024 ถึง 5 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจและตอกย้ำให้เห็นว่าผู้ไม่หวังดีพยายามโจมตีแบรนด์ของแพลตฟอร์มอย่างหนักหน่วงเพียงใด
บริษัทยังยืนยันว่ากำลัง "ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง" พร้อมทั้งยังคงมุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้แก่ผู้ใช้งาน สำหรับบริบทเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การวิเคราะห์รายละเอียดของ FIR และการตอบโต้จากกระดานเทรดนี้ ได้สรุปลำดับเหตุการณ์ไว้อย่างชัดเจน
แพลตฟอร์มที่ผ่านช่วงเวลาอันยากลำบาก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ CoinDCX ตกเป็นข่าวในเชิงลบ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ผู้โจมตีได้เจาะระบบบัญชีปฏิบัติการภายในและกวาดเงินไปประมาณ $44 million แม้บริษัทจะรีบชี้แจงว่าสินทรัพย์ของลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้ CoinDCX กลายเป็นหนึ่งในเหยื่อของการถูกแฮ็กที่สูญเสียมูลค่าสูงที่สุดในเดือนนั้น
CoinDCX ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 และมีสำนักงานใหญ่ในมุมไบ ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มคริปโตที่โดดเด่นที่สุดของอินเดีย โดย Coinbase Ventures ได้เข้ามาสนับสนุนกระดานเทรดนี้ในเดือนตุลาคม 2025 ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ $2.45 billion ซึ่งโปรไฟล์ระดับนี้เองที่ทำให้มันกลายเป็นเป้าหมายที่น่าดึงดูดสำหรับพวกสวมรอย

คำเตือนการฟิชชิ่งคริปโต
ภาพรวมของกลโกงที่เล่นงานผู้ใช้คริปโตในอินเดีย
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ในวงการมองข้ามไปคือปัญหาการฉ้อโกงนี้แพร่กระจายไปมากเพียงใด ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยของอินเดียแสดงให้เห็นว่าการฉ้อโกงด้านการลงทุนคิดเป็น 76% ของความเสียหายทางการเงินทั้งหมด ในประเทศปี 2025 ซึ่งนี่ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ แต่เป็นภัยคุกคามหลักที่สำคัญที่สุด
ในระดับโลก แพลตฟอร์ม web3 สูญเสียเงินรวมกันประมาณ $3.95 billion จากการถูกแฮ็กและเจาะระบบตลอดปี 2025 กรณีการสวมรอย CoinDCX เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรูปแบบที่ใหญ่กว่า ซึ่งแบรนด์ที่น่าเชื่อถือมักถูกโคลน ความไว้วางใจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด และผู้ใช้งานจริงคือผู้ที่ต้องรับภาระ
บทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป
การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่และภาพรวมของคดียังคงมีความคืบหน้า CoinDCX ยืนยันว่าตนเป็นเหยื่อไม่ใช่ผู้กระทำความผิด และหลักฐานที่อ้างถึง (โดเมนปลอมกว่า 1,200 แห่งในเวลาไม่ถึงสองปี) ก็แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่บริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันจากการถูกสวมรอยอย่างต่อเนื่อง ส่วนการสอบสวนของ Thane Police จะสนับสนุนข้อเท็จจริงนี้หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป
สำหรับทุกคนที่กำลังโลดแล่นอยู่ในโลก web3 นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่าการสวมรอยแบรนด์เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ร้ายกาจที่สุดของมิจฉาชีพ ควรตรวจสอบ URL โดยตรงเสมอ รายงานฉบับเต็มเกี่ยวกับการสอบสวนผู้ก่อตั้ง CoinDCX มีบริบทเพิ่มเติมในขณะที่เรื่องราวยังคงพัฒนาต่อไป อย่าลืมติดตามข้อมูลเพิ่มเติม:








