Warhammer 40,000: Dawn of War IV ได้ฤกษ์ประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีการประกาศภายในงาน Warhammer Skulls ว่าตัวเกมจะวางจำหน่ายในวันที่ 17 กันยายน ซึ่งทางผู้พัฒนาอย่าง Deep Silver ได้ใช้โอกาสนี้ในการเผยรายละเอียดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวเกม 2 เวอร์ชัน, แผนการอัปเดต DLC หลังเปิดตัว และแผนสำหรับคอนเทนต์ใน Crusade Mode ที่จะมาถึงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้

หน้าจอเลือก Commander
สองวันวางจำหน่าย ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากเล่นเร็วแค่ไหน
ตัวเกมเวอร์ชัน Standard จะวางจำหน่ายในวันที่ 17 กันยายน แต่ถ้าคุณตัดสินใจซื้อ Commander Edition คุณจะได้รับสิทธิ์ Early Access เข้าเล่นก่อนใคร 3 วันในวันที่ 14 กันยายน ซึ่งถือเป็นสิทธิพิเศษเล็กๆ น้อยๆ แต่คุ้มค่าสำหรับใครที่เฝ้ารอเกมนี้มาตั้งแต่สมัย Dawn of War III
ประเด็นสำคัญคือ Commander Edition ไม่ได้มีแค่สิทธิ์ Early Access เท่านั้น แต่ยังรวมชุด DLC หลังเปิดตัวที่จะวางจำหน่ายแยกต่างหากในอนาคตเอาไว้ด้วย ซึ่งประกอบไปด้วย Blood Ravens Story Prologue, Campaign Expansion และ Faction ใหม่ (โดยสองอย่างหลังจะถูกมัดรวมมาด้วยกัน) ทั้งสองเวอร์ชันจะมีส่วนลด 10% ในช่วงเปิดให้ Pre-order ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็น่าสนใจหากคุณวางแผนที่จะซื้อเกมนี้อยู่แล้ว
สำหรับราคาของ Commander Edition ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ดังนั้นคุณควรติดตามข่าวสารให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
เนื้อหาใน Blood Ravens Prologue มีอะไรบ้าง
Blood Ravens Story Prologue จะพาหน่วยจู่โจมกลับไปยังดาวบ้านเกิดบรรพบุรุษอย่าง Aurelia ภายใต้การนำของ Commander ระดับตำนาน ตามข้อมูลที่เปิดเผยออกมา ภารกิจนี้จะเกี่ยวข้องกับโบราณวัตถุและเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่จะกำหนดชะตากรรมของ Chapter นี้ สำหรับผู้เล่นที่ยังจำ Aurelia ได้จาก Dawn of War II สถานที่แห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก
Prologue นี้ถูกวางไว้ให้เป็นจุดเริ่มต้นของเนื้อเรื่อง ซึ่งสมเหตุสมผลเพราะ Dawn of War 4 จำเป็นต้องดึงดูดผู้เล่นที่อาจจะข้าม Dawn of War III ไปเลย โดยเกมภาคก่อนหน้านั้นเปิดตัวในปี 2017 และได้รับกระแสตอบรับที่ผสมผสานกันไป ทำให้ซีรีส์นี้ต้องใช้เวลาหลายปีในการกู้คืนความเชื่อมั่น การทำ Prologue ที่เน้นเนื้อเรื่องและผูกเข้ากับหนึ่งใน Faction ที่แฟนๆ ชื่นชอบที่สุดของแฟรนไชส์ จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมในการสร้างบรรยากาศของเกมขึ้นมาใหม่
Blood Ravens เป็น Faction หลักของไตรภาค Dawn of War II การกลับมายัง Aurelia ถือเป็นการย้อนรำลึกถึง Dawn of War II: Chaos Rising ซึ่งน่าจะถูกใจแฟนเกมรุ่นเก๋าเป็นอย่างดี
Campaign Expansion และสิ่งที่ตามมาหลังเปิดตัว
ส่วนขยายที่มาพร้อมกับ Commander Edition จะเพิ่ม Faction ใหม่ที่ยังไม่เปิดเผยชื่อ, Commander ที่เล่นได้ตัวใหม่ๆ และคอนเทนต์เพิ่มเติมสำหรับ Crusade Mode นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแคมเปญเนื้อเรื่องใหม่ที่ดำเนินต่อจากเนื้อเรื่องหลัก เพื่อขยายประสบการณ์สำหรับผู้เล่นที่เล่นโหมดเนื้อเรื่องหลักจบแล้วและต้องการคอนเทนต์เพิ่มเติม
ตัว Crusade Mode มีกำหนดจะมาถึงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งแยกต่างหากจากการเปิดตัวเกมหลัก ทาง Deep Silver ยืนยันว่าจะมีการอัปเดตฟรีตามมาอีกเป็นชุดๆ ซึ่งจะเพิ่มโหมดใหม่, Map Pack และ Mission Editor ที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้าง, แชร์ และเล่นการต่อสู้แบบ Custom ได้ ฟีเจอร์หลังสุดนี้คือสิ่งที่ช่วยให้ เกมแนววางแผน (Strategy Game) ยังคงมีชีวิตอยู่ได้นานหลังจากเปิดตัว และเป็นสัญญาณว่าทีมพัฒนากำลังให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานของเกมในระยะยาว

แผนที่แคมเปญใน Crusade Mode
ความหมายของสิ่งนี้ต่ออนาคตของเกม
โครงสร้าง Roadmap นี้ค่อนข้างคุ้นเคยกันดี: เกมหลัก, Premium Edition ที่มาพร้อมเนื้อเรื่อง DLC และการอัปเดตฟรีหลังเปิดตัวเพื่อสนับสนุน Community สิ่งที่โดดเด่นคือความมุ่งมั่นในส่วนของ Mission Editor ซึ่งเหนือกว่าสิ่งที่เกมแนว RTS ส่วนใหญ่สัญญาไว้ตอนเปิดตัว หากฟีเจอร์นี้ใช้งานได้จริง มันอาจกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาฐานผู้เล่นในระยะยาวได้ดีกว่าการปล่อยเพียงแค่ Map Pack เพียงอย่างเดียว
สำหรับแฟนๆ ของซีรีส์นี้ วันที่ 14 กันยายน (หรือ 17 กันยายน) คือวันที่ต้องกาปฏิทินรอตั้งแต่มีการเปิดตัวเกม สำหรับใครที่ต้องการเตรียมตัวก่อนเกมวางจำหน่าย สามารถติดตามได้ที่ คลังบทความแนะนำการเล่น (Strategy Guides) สำหรับ Dawn of War IV เมื่อใกล้ถึงวันวางจำหน่าย







