หากคุณเคยฝันที่จะนำอวาตาร์ (Avatar) ของตัวเองเข้าไปโลดแล่นในโลกของ Sword Art Online และวิ่งตะลุย Aincrad ไปทีละชั้น Echoes of Aincrad คือเกมที่ใกล้เคียงกับความฝันนั้นมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เกมแนว Action RPG จากค่าย Bandai Namco เกมนี้กำลังเปิดให้ทดลองเล่นเดโมฟรีในช่วง Steam Next Fest และสามารถไต่ขึ้นไปถึงอันดับที่ 3 ของชาร์ตเกมที่มีผู้เล่นมากที่สุดในอีเวนต์ได้สำเร็จ กระแสตอบรับระดับนี้สำหรับเกม RPG ที่ดัดแปลงจากอนิเมะถือเป็นเรื่องที่มองข้ามได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าในงาน Next Fest ครั้งนี้มีเกมเข้าร่วมมากมายเหลือเกิน
แต่ทว่า เดโมตัวนี้กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างการมองผ่านหน้าจอ กับการได้ลงมือเล่นจริงๆ

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
งานภาพที่แฟนๆ SAO รอคอย
ในแง่ของงานภาพ (Aesthetic) Echoes of Aincrad ถือเป็นการจำลองโลก MMO ของ SAO ออกมาได้สมจริงที่สุดเท่าที่แฟรนไชส์นี้เคยทำมา โมเดลตัวละครทำออกมาได้ยอดเยี่ยม เมนูต่างๆ UI Overlay และเอฟเฟกต์กราฟิกให้ความรู้สึกว่าเป็น Sword Art Online อย่างแท้จริง รวมถึงลูกเล่นการ Full-dive MMO ที่ผู้เล่นได้เข้าไปอยู่ในร่างดิจิทัลภายในโลกของเกม ก็ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบเกมเล่นคนเดียวได้อย่างใส่ใจ ซึ่ง Bandai Namco ก็ตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดที่ตัดระบบตายในเกมแล้วตายจริงออกไป ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่สมเหตุสมผล
ฉากเปิดเกมจะพาผู้เล่นเข้าสู่ถ้ำวิหารที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ประเภท Kobold ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นหนึ่งในชั้นล่างๆ ของ Aincrad แม้การออกแบบฉากจะไม่ได้ดูแปลกใหม่หวือหวา แต่งานศิลป์โดยรวมก็ทำออกมาได้ดี เมืองและจุดรวมตัวของ NPC ก็ดูเข้ากับบรรยากาศ โลกของเกมมีสเกลที่แฟนๆ SAO คาดหวังจากต้นฉบับ
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่อาจมองข้ามไปในช่วงไม่กี่นาทีแรกคือ ความน่าสนใจเหล่านั้นเป็นเพียงแค่เปลือกนอก ทันทีที่ระบบต่อสู้กลายเป็นหัวใจหลัก ช่องว่างระหว่างงานภาพที่สวยงามกับการเล่นจริงก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
เมื่อระบบต่อสู้ยังไม่ตอบโจทย์
ระบบต่อสู้ในเดโมประกอบไปด้วยการโจมตีเบา (Light attack), การโจมตีหนัก (Heavy attack), การป้องกัน (Block), การปัดป้อง (Parry), การสวนกลับ (Counterattack) และการประสานงานพื้นฐานกับกลุ่ม NPC ขนาดเล็ก ระบบ Parry ทำออกมาได้ตอบสนองดีและน่าพอใจในตัวของมันเอง แต่ปัญหาคือทุกอย่างกลับไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างลื่นไหล
จังหวะการโจมตีดูติดๆ ขัดๆ จนทำให้ความต่อเนื่องของเกมเสียไป ไม่มีคอมโบ (Combo) ที่ชัดเจน และศัตรูในชั้นแรกก็ดูเฉื่อยชาจนเหมือนเป็นเพียงสิ่งกีดขวางมากกว่าจะเป็นภัยคุกคาม แม้แต่การสู้กับบอสก็ยังขาดความตื่นเต้นหรือแรงกดดัน ระบบการเล่นหลัก (Core loop) ยังขาดพลังที่เกมระดับ IP นี้ควรจะมี และความรู้สึกโหยหาอดีต (Nostalgia) ก็ไม่สามารถกลบจุดด้อยนี้ได้
นี่ไม่ใช่กรณีที่เกมยากหรือเล่นง่ายเกินไป แต่ระบบต่อสู้ขาดความฉับไว (Responsiveness) ที่ทำให้เกมแนว Action RPG สนุก สำหรับแฟนเกมแนวอนิเมะที่มีความจังกี้ (Janky) หรือความไม่สมบูรณ์แบบอยู่บ้างอาจจะพอสนุกไปกับมันได้ แต่ตัวเกมยังต้องปรับปรุงพื้นฐานอีกมากก่อนจะวางจำหน่ายจริง
โลกที่ดูเหมือนจะกว้างใหญ่กว่าความเป็นจริง
นอกเหนือจากระบบต่อสู้แล้ว พื้นที่แบบ Open world ในเดโมยังทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการออกแบบฉาก แต่ละชั้นของ Aincrad ควรจะให้ความรู้สึกเหมือนโซน MMO ที่มีชีวิตชีวา มีเอกลักษณ์ และมีความลับซ่อนอยู่ แต่สิ่งที่เดโมแสดงให้เห็นกลับเป็นพื้นที่กว้างขวางที่ดูว่างเปล่า และการวางตำแหน่งศัตรูที่ดูเป็นกิจวัตรมากกว่าจะมีความตั้งใจ
โมเดลตัวละครช่วยแบกงานภาพในฉากเมืองและคัตซีนได้ดี แต่ตัวละครหลักของผู้เล่นกลับดูไร้อารมณ์ในระหว่างบทสนทนา ซึ่งลดทอนอรรถรสของการสวมบทบาท (Role-playing) ที่เป็นหัวใจสำคัญของเกม สำหรับเกมที่ขายฝันว่าคุณจะได้เป็นฮีโร่ในจักรวาล SAO นี่ถือเป็นจุดบกพร่องที่เห็นได้ชัด
เกม SAO ภาคก่อนๆ รวมถึง Sword Art Online: Hollow Realization ได้สร้างบรรทัดฐานในการนำโครงสร้าง MMO ของอนิเมะมาทำเป็นเกมไว้แล้ว ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในระดับที่แตกต่างกันไป Echoes of Aincrad เห็นได้ชัดว่าตั้งเป้าหมายด้านการผลิตไว้สูงกว่า และในบางจุดก็ทำได้ดี แต่ความทะเยอทะยานในการสร้างโลกยังตามไม่ทันงานภาพที่สวยงาม
ความหมายที่แท้จริงของตัวเลขใน Next Fest
การคว้าอันดับ 3 ในงาน Steam Next Fest ไม่ใช่เรื่องเล็ก อีเวนต์นี้มีเดโมให้ลองเล่นพร้อมกันหลายร้อยเกม การติดอันดับท็อป 3 หมายความว่าผู้เล่น PC จำนวนมากกำลังให้ความสนใจใน Echoes of Aincrad อย่างจริงจัง ฐานแฟนคลับของ SAO นั้นใหญ่มากและรอคอยเกมที่สามารถถ่ายทอดตัวตนของอนิเมะออกมาได้อย่างแท้จริงมานานแล้ว
ประเด็นสำคัญคือ ยอด Wishlist และยอดดาวน์โหลดเดโมนั้นวัดความสนใจที่มีต่อ IP ได้พอๆ กับความเชื่อมั่นในตัวเกม ผู้เล่นต้องการให้เกมนี้ออกมาดี ความกระตือรือร้นนั้นเป็นเรื่องจริงและสะท้อนออกมาให้เห็นในชาร์ต ส่วนตัวเกมเต็มจะสามารถเปลี่ยนความคาดหวังเหล่านั้นให้กลายเป็นความพึงพอใจได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการปรับปรุงระบบต่อสู้และการออกแบบโลกให้ดีขึ้นก่อนวันวางจำหน่าย
สำหรับแฟนเกมแนว Adventure ที่มีกลิ่นอายอนิเมะเข้มข้น Echoes of Aincrad อยู่ในจุดที่น่าสนใจ คือขัดเกลามาดีเกินกว่าจะมองข้าม แต่ก็ยังดิบเกินกว่าจะให้ความมั่นใจได้เต็มร้อย
ตัวเกมเต็มยังไม่มีการยืนยันวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดนอกเหนือจากหน้า Steam หากคุณต้องการตัดสินด้วยตัวเองก่อนถึงเวลานั้น เดโมนี้เปิดให้เล่นฟรีและใช้เวลาเล่นประมาณหนึ่งชั่วโมง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีเกมไหนน่าสนใจอีกบ้างในงาน Next Fest นี้ สามารถเข้าไปดูได้ที่ศูนย์รวม Gaming guides ซึ่งมีการรวบรวมเดโมที่โดดเด่นอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาดเอาไว้








