ก่อนหน้านี้ Nintendo ได้มุ่งเน้นไปที่ฮีโร่ทั้งสี่คนที่เข้าแข่งขันใน Heroic Games โดยตัวละครแต่ละตัวจะมีเส้นเรื่อง (Story path) เป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในงาน Fire Emblem: Fortune’s Weave Direct ล่าสุดได้มีการเปิดเผยว่าการแข่งขันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเนื้อเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก
การเปิดเผยครั้งสำคัญที่สุดเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการนำเสนอ เมื่อ Nintendo ได้แนะนำ Eshmel ซึ่งเป็นตัวเอกที่แท้จริงของเกม
บทบาทของ Eshmel กับเนื้อเรื่อง
ห้าปีหลังจากเหตุการณ์ Heroic Games โลกแห่ง Dagda กำลังถูกคุกคามโดยเทพปีศาจที่ชื่อว่า Balor เหล่าฮีโร่ทั้งสี่คนที่เคยเข้าแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ได้หายตัวไป ทำให้ราชอาณาจักรขาดผู้ปกป้องหลักไป
เพื่อป้องกันไม่ให้ Dagda ต้องพินาศ Sothis จึงได้อัญเชิญ Eshmel ฮีโร่คนใหม่ที่ถูกเลือกมาเพื่อเปลี่ยนชะตากรรมของโลกใบนี้ ด้วยความช่วยเหลือจากเทพธิดา Fortuna ทำให้ Eshmel สามารถย้อนเวลากลับไปยังช่วงเวลาของ Heroic Games ได้
จากนั้นผู้เล่นจะต้องเลือกว่าจะเผชิญหน้ากับ Balor เพียงลำพัง หรือจะใช้พลังของ Fortuna เพื่อเปลี่ยนชะตากรรมของฮีโร่ทั้งสี่คนให้มาร่วมศึกตัดสินครั้งสุดท้าย
Fortune’s Weave ให้ผู้เล่นติดตามเนื้อเรื่องของทั้งสี่ฮีโร่ได้ในการเล่นรอบเดียว
ตัวเกมจะดำเนินเรื่องตามฮีโร่หลักสี่คนในช่วง Heroic Games ได้แก่ Cai, Dietrich, Leda และ Theodora ซึ่งแต่ละคนต่างมีเนื้อเรื่องและเหตุผลในการเข้าร่วมการแข่งขันที่แตกต่างกัน
Cai เป็นเด็กหนุ่มจากฟาร์มที่กำลังหาวิธีช่วยพ่อของเขาที่ถูกคุมขัง Dietrich เป็นนักรบจากต่างแดนที่กำลังมองหาความท้าทายครั้งใหม่ Theodora ต่อสู้เพื่อเกียรติยศของเทพธิดาของเธอ เพื่อปกป้องความศรัทธาของประชาชน และรักษาความสงบสุขของอาณาจักร ส่วน Leda เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อล้างแค้นหลังจากการตายของพ่อเธอ
ต่างจาก Fire Emblem: Three Houses ที่ผู้เล่นต้องเริ่มเซฟไฟล์ใหม่เพื่อเล่นรูท (Route) อื่นๆ แต่ Fortune’s Weave เปิดโอกาสให้คุณติดตามเนื้อเรื่องของทั้งสี่คนได้ในการเล่นรอบเดียว (Single playthrough) โดยสามารถสลับไปมาระหว่างตัวเอกแต่ละคนได้ และความคืบหน้าจะถูกบันทึกแยกกันสำหรับฮีโร่แต่ละคน
คลาสใหม่และความสามารถในการต่อสู้

Cai Blaze Art
ระบบคลาสและการพัฒนาตัวละครใน Fortune’s Weave จะคล้ายกับเกม Fire Emblem ภาคก่อนๆ แต่ในงาน Direct ได้เผยให้เห็นคลาสใหม่หลายคลาส เช่น Charioteers (พลรถศึก) ที่ต่อสู้บนรถศึกที่เคลื่อนที่ได้, Elephant Riders (พลขี่ช้าง) ที่ทรงพลัง และ Guardians ที่ผสมผสานการใช้หอกเข้ากับเวทมนตร์ขาว (White magic)
ตัวเอกหลักทั้งสี่คนยังสามารถใช้ Blaze Arts ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษอันทรงพลังที่ต้องแลกด้วยการเสีย HP ของตัวเองเพื่อแลกกับพลังโจมตีที่รุนแรงขึ้น โดย Cai จะปล่อยลูกไฟจากฝ่ามือเพื่อสร้างความเสียหายแบบ AOE (Area-of-effect), Dietrich สามารถวาร์ป (Teleport) ได้หลังจากเคลื่อนที่, Leda ใช้เครื่องดนตรีของเธอเพื่อบัฟ (Buff) พันธมิตรและอัญเชิญมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง และ Theodora สามารถขว้างก้อนหินขนาดใหญ่ไปได้ในระยะไกล
สำรวจ Dagsion และเดินทางไปทั่ว Dagda
ระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่นสามารถสำรวจเมือง Dagsion เพื่อรับตัวละครใหม่ ซื้อไอเทม ทำเควสต์ (Quest) และใช้เวลากับเพื่อนร่วมทีมได้ คล้ายกับใน Fire Emblem: Three Houses นอกจากนี้ตัวเกมยังเปิดให้ผู้เล่นออกสำรวจทั่วทั้งทวีป เดินทางไปกับพันธมิตรเพื่อรวบรวมข้อมูล สะสมทรัพยากร เยี่ยมชมเมืองอื่นๆ ต่อสู้กับศัตรู และสำรวจดันเจี้ยน (Dungeon) อย่างไรก็ตาม การเดินทางจะทำให้เวลาผ่านไป ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นจะต้องวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ








