อุตสาหกรรมเกมกำลังมุ่งหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านการสร้างรายได้ โมเดลธุรกิจสองรูปแบบ ได้แก่ การสร้างรายได้โดยตรงสู่ผู้บริโภค (Direct-to-consumer monetization) และรายได้จากการโฆษณา (Ad-based revenue) กำลังเริ่มเข้ามามีบทบาท ซึ่งผลกระทบของสิ่งนี้อาจพลิกโฉมสมดุลอำนาจภายในวงการเกมไปอย่างสิ้นเชิง
การหลุดพ้นจากการควบคุมของแพลตฟอร์ม
เป็นเวลาหลายปีที่ ผู้ถือครองแพลตฟอร์มรายใหญ่ อย่าง Apple และ Google เป็นผู้ควบคุมระบบนิเวศทางการเงินของเกมมือถือ (Mobile gaming) แต่อำนาจดังกล่าวเริ่มสั่นคลอนเมื่อ Tim Sweeney ซีอีโอของ Epic Games ได้รับชัยชนะในคดีความสำคัญกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี คำตัดสินดังกล่าวบีบให้ Apple และ Google ต้องยกเลิกข้อกำหนด "anti-steering" ซึ่งเป็นกฎที่ขัดขวางไม่ให้นักพัฒนาเกมนำเสนอช่องทางให้ผู้เล่นซื้อคอนเทนต์นอก App Store ของตน
ผลลัพธ์ที่ตามมาเกิดขึ้นทันที นักพัฒนาเกมมือถือมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ $4.1 พันล้าน หลังจากได้รับอนุญาตให้ทำธุรกรรมโดยตรงกับผู้เล่น การเปลี่ยนแปลงนี้ได้จุดประกายให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ โดย AppCharge สามารถระดมทุนได้ $58 ล้านในเดือนสิงหาคม เพื่อสร้างระบบที่ช่วยให้นักพัฒนาจัดการการชำระเงินนอกแพลตฟอร์มได้ นอกจากนี้ Unity ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ชำระเงินฟรีโดยร่วมมือกับ Stripe ซึ่งช่วยให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "app-to-web payments" อีกด้วย
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอัปเกรดทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงก้าวสำคัญสู่ความเป็นอิสระที่มากขึ้นของผู้สร้างเกม ทำให้พวกเขาสามารถขายคอนเทนต์ตรงสู่ผู้เล่นได้โดยไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชันในอัตราที่สูงตามปกติของ App Store นี่คือวิวัฒนาการที่จะทำให้เศรษฐกิจในวงการเกมมีความเปิดกว้างและยืดหยุ่นมากขึ้นในระยะยาว

โฆษณากับพื้นที่ในโลกของเกม
ในขณะที่การขายโดยตรงกำลังเติบโต อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านรายได้ที่สำคัญมาจากโฆษณา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้ลงโฆษณาพยายามหาวิธีเชื่อมต่อกับผู้เล่นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งดูเหมือนว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป
ในขณะที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังเผชิญกับการมีส่วนร่วม (Engagement) ที่ลดลงและปัญหาความเป็นพิษในสังคมออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ผู้ลงโฆษณาจึงมองหาพื้นที่ใหม่ที่มีความหมายมากกว่าเดิมเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ในปี 2024 ผู้เล่นใช้เวลาไปกับการเล่นเกมถึง 13.3 เปอร์เซ็นต์ของเวลาสื่อทั้งหมด แต่เกมกลับได้รับงบโฆษณาเพียง 3.7 เปอร์เซ็นต์ ในทางกลับกัน โซเชียลมีเดียกลับได้รับงบโฆษณากว่า 41 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าจะดึงดูดเวลาของผู้บริโภคได้เพียง 18.7 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม
ความไม่สมดุลนี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่ชัดเจน ผู้จัดจำหน่ายเกมและผู้ลงโฆษณาเริ่มมองว่าเกมเป็นสภาพแวดล้อมที่สร้างการมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงทางอารมณ์ได้ดีกว่าสำหรับการสร้างปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ แทนที่จะเป็นโลโก้แบบภาพนิ่งหรือป๊อปอัปที่น่ารำคาญ ตอนนี้จุดเน้นจึงอยู่ที่ประสบการณ์แบบบูรณาการที่รู้สึกเป็นธรรมชาติไปกับการเล่นเกม
บางบริษัทเริ่มปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว โดย Zynga และ Square Enix ได้ร่วมมือกับ Gadsme เพื่อนำ In-Game Ads มาใช้ในเกมมือถือ ล่าสุด Xbox ได้ยืนยันถึงบริการ Cloud Gaming เวอร์ชันรองรับโฆษณาสำหรับพนักงาน ซึ่งเป็นสัญญาณของการขยายตัวในวงกว้าง หากประสบความสำเร็จ สิ่งนี้อาจทำให้เกมที่รองรับโฆษณากลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมในอนาคต
นวัตกรรมที่เหนือกว่าการสร้างรายได้
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่กว้างขึ้นในการสร้างนวัตกรรมด้าน การจัดจำหน่ายเกม (Game distribution) เนื่องจากต้นทุนการพัฒนาและการตลาดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้จัดจำหน่ายจึงต้องมองหาวิธีสร้างรายได้ที่หลากหลายโดยไม่ลดทอนประสบการณ์ของผู้เล่น
อย่างไรก็ตาม โมเดลรายได้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาของอุตสาหกรรมได้ บริษัทต่างๆ ยังคงต้องทบทวนกลยุทธ์โดยรวม ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการสร้างความผูกพันกับผู้เล่น การเปลี่ยนไปสู่ระบบ Direct-to-consumer และระบบที่อิงกับโฆษณาอาจช่วยลดแรงกดดันทางการเงิน แต่ก็จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเพื่อให้ทีมสร้างสรรค์สามารถทำงานได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น
วงการเกมเป็นพื้นที่สำหรับการทดลองมาโดยตลอด และโมเดลที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้เป็นอีกก้าวหนึ่งในทิศทางนั้น ไม่ว่าจะเป็นผ่าน การบูรณาการ web3, ระบบ app-to-web payments หรือระบบนิเวศของ In-Game Ads อุตสาหกรรมกำลังค้นหาวิธีใหม่ๆ ในการระดมทุนเพื่อการเติบโตไปพร้อมกับการรักษาความสัมพันธ์กับผู้เล่นเอาไว้
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
การสร้างรายได้โดยตรงสู่ผู้บริโภค (Direct-to-consumer monetization) ในเกมคืออะไร?
การสร้างรายได้โดยตรงสู่ผู้บริโภคช่วยให้นักพัฒนาสามารถขายไอเทมในเกม การสมัครสมาชิก หรือคอนเทนต์ต่างๆ ให้กับผู้เล่นได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพา App Store หรือแพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม โมเดลนี้ช่วยให้ผู้จัดจำหน่ายสามารถควบคุมราคาและความสัมพันธ์กับลูกค้าได้มากขึ้น
ทำไมนักพัฒนาถึงย้ายออกจาก App Store ของ Apple และ Google?
คำตัดสินทางกฎหมายได้ลดทอนข้อจำกัดที่เคยบังคับให้นักพัฒนาต้องใช้ระบบชำระเงินของแพลตฟอร์ม การจัดการการชำระเงินโดยตรงช่วยให้นักพัฒนาหลีกเลี่ยงค่าคอมมิชชันที่สูงและสามารถเสนอราคาที่ดีกว่าให้กับผู้เล่นได้
In-Game Ads คืออะไรและทำงานอย่างไร?
In-Game Ads คือการนำคอนเทนต์หรือข้อความของแบรนด์เข้าไปรวมอยู่ในสภาพแวดล้อมของเกม แทนที่จะใช้ป๊อปอัปที่ขัดจังหวะการเล่น โฆษณาในเกมยุคใหม่มุ่งเน้นไปที่การปรากฏอย่างเป็นธรรมชาติภายในเกม เช่น บนป้ายโฆษณาหรือผลิตภัณฑ์เสมือนจริง
โอกาสทางการตลาดของโฆษณาในเกมมีขนาดใหญ่แค่ไหน?
แม้ว่าผู้เล่นจะใช้เวลามากกว่า 13 เปอร์เซ็นต์ของเวลาสื่อไปกับการเล่นเกม แต่ปัจจุบันมีงบโฆษณาเพียงประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เข้าสู่สื่อนี้ ช่องว่างดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงโอกาสครั้งใหญ่สำหรับผู้ลงโฆษณาในการขยายเข้าสู่พื้นที่นี้
เกมที่ใช้โฆษณาจะเข้ามาแทนที่โมเดลการสร้างรายได้แบบเดิมหรือไม่?
ไม่ทั้งหมด เกมที่รองรับโฆษณาคาดว่าจะเข้ามาเสริมมากกว่าที่จะมาแทนที่การขายโดยตรงและการทำ Microtransactions โดยจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้นักพัฒนาสร้างรายได้ โดยเฉพาะในเกมแบบ Free-to-play
web3 มีบทบาทอย่างไรในโมเดลใหม่เหล่านี้?
แม้จะไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่เทคโนโลยี web3 อาจสนับสนุนกลยุทธ์ Direct-to-consumer โดยนำเสนอระบบความเป็นเจ้าของและการทำธุรกรรมแบบกระจายศูนย์ ซึ่งช่วยให้ทั้งผู้เล่นและนักพัฒนามีความเป็นอิสระมากขึ้น




