Palworld OFFICIAL CARD GAME เตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 โดย Pocketpair ได้จับมือกับผู้จัดจำหน่ายบอร์ดเกมชื่อดังอย่าง Bushiroad เพื่อนำประสบการณ์จากเกาะ Palpagos มาให้คุณได้สัมผัสบนโต๊ะเล่นเกม
ต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่แค่การ์ดเกมแนวต่อสู้ของมอนสเตอร์ทั่วไปที่แปะแบรนด์ Palworld ไว้เฉยๆ แต่ตัวเกมถูกออกแบบมาให้สะท้อนระบบการเล่นของ Palworld โดยยกเอาทั้งระบบการสร้างฐาน (Base building), การติดตั้งอุปกรณ์ (Gear assignment) และการบริหารจัดการทรัพยากร มาผสมผสานเข้ากับการต่อสู้ระหว่าง Pal แบบที่คุณคุ้นเคย
ระบบการเล่นของตัวการ์ดเกม
ในหนึ่งเด็ค (Deck) จะประกอบด้วยการ์ด 50 ใบ โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ Pals, Gears, Structures, Events และ Souls ซึ่ง Souls จะทำหน้าที่เป็นทรัพยากรหลักคล้ายกับระบบมานา (Mana) ในการ์ดเกมอื่นๆ ในแต่ละเทิร์นคุณจะจั่วการ์ด Souls เพิ่ม 2 ใบ (สูงสุดไม่เกิน 10 ใบ) โดยตัวเลขที่มุมซ้ายบนของการ์ดแต่ละใบจะเป็นตัวกำหนดค่าใช้จ่ายในการลงการ์ดใบนั้นๆ
เมื่อเริ่มเกม ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะจั่วการ์ดคนละ 5 ใบและมีโอกาสทำ Mulligan ได้หนึ่งครั้ง ผู้ที่ได้เล่นทีหลังจะได้รับจั่วการ์ด Soul เพิ่มก่อนเริ่มเกมเพื่อเป็นการชดเชยความเสียเปรียบ หลังจากนั้นการเล่นจะเป็นไปตามจังหวะของการลงการ์ดใน Base, การสั่งการ (Assign actions) และการบริหารทรัพยากร Soul ของคุณ
ในแต่ละเทิร์น Pal สามารถเลือกทำได้ 3 อย่าง คือ โจมตี Pal หรือ Structure ของฝ่ายตรงข้าม, โจมตีผู้เล่นโดยตรง หรือตั้งรับเพื่อบล็อกการโจมตีที่เข้ามา เมื่อ Pal ทำการแอคชั่นแล้ว จะถูกหมุน (Rotate) ให้อยู่ในสถานะพัก (Rest position) จนกว่าจะถึงเทิร์นถัดไปของคุณ
การคำนวณการต่อสู้และ Life Counter
การตัดสินผลการต่อสู้นั้นตรงไปตรงมา Pal แต่ละตัวจะมี ค่าพลัง (Power number) อยู่ที่ด้านล่างของการ์ด ซึ่งค่านี้จะทำหน้าที่เป็นทั้งพลังโจมตีและพลังชีวิต หาก Lamball (พลัง 300) ต่อสู้กับ Cattiva (พลัง 200) ตัว Cattiva จะถูกส่งลงสุสาน (Graveyard) ทันที ในขณะที่ Lamball จะรอดชีวิตโดยเหลือพลังชีวิต 100 หลังจากจบเทิร์น ค่าพลังชีวิตทั้งหมดจะรีเซ็ตกลับไปเป็นค่าเริ่มต้น
เงื่อนไขการชนะคือการลดค่า Life Counter ของคู่ต่อสู้จาก 10 เหลือ 0 ผ่านการโจมตี (Strikes) เมื่อคุณโจมตี ผู้เล่นฝ่ายป้องกันจะต้องเปิดการ์ดจากเด็คของตนเองตามจำนวนครั้งที่ถูกโจมตี หากเปิดเจอการ์ดที่มีสัญลักษณ์ Lucky (รูปดาวสีที่มุมขวาบน) จะถือว่าเป็นการยกเลิกความเสียหายนั้น แต่ถ้าไม่มีสัญลักษณ์ Lucky ค่า Life Counter ก็จะลดลงตามจำนวนการโจมตี
Structures จะเพิ่มมิติในการเล่นอีกขั้น เมื่อวางลงสนาม คุณสามารถส่ง Pal ไปทำงานที่ Structure นั้นเพื่อปลดล็อกความสามารถพิเศษได้ เช่น Primitive Furnace ที่ช่วยให้คุณจั่วการ์ดเพิ่มได้หนึ่งใบเมื่อมี Pal ประจำการอยู่ โดยตัว Structure จะมีค่าความทนทาน (Durability) และสามารถถูกทำลายได้
Gear และ Event คือตัวตัดสินเกม
การ์ด Gear คือการ์ดที่มีศักยภาพสูงสุดในเกมหากใช้ได้อย่างถูกจังหวะ เช่น การ์ด Single-Shot Rifle ที่สร้างความเสียหาย 1,000 แก่ Pal ฝ่ายตรงข้ามทันทีที่ลงสนาม ซึ่งแทบจะการันตีการกำจัด Pal ส่วนใหญ่ในเกมได้ทันที แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ Gear ไม่สามารถใช้โจมตี Life Counter ของผู้เล่นโดยตรงได้
การ์ด Event คือเอฟเฟกต์ที่ใช้ได้ครั้งเดียวและมีผลตลอดทั้งเทิร์น เช่น Reckless Charge ที่เพิ่มพลังให้ Pal ที่เลือก 300 จนจบเทิร์น ซึ่งเป็นประเภทการ์ดที่คุณควรเก็บไว้ใช้ในจังหวะที่ต้องการช่วย Pal จากการเสียเปรียบในการต่อสู้ หรือใช้เพื่อทำลาย Structure ที่คุณไม่สามารถผ่านไปได้ด้วยวิธีปกติ
สิ่งที่วางจำหน่ายในช่วงเปิดตัว
Trial decks จำนวน 2 ชุดจะวางจำหน่ายในวันที่ 30 กรกฎาคม โดยเป็นเด็คสำเร็จรูป 50 ใบที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นใหม่มีชุดการ์ดครบทุกประเภทตั้งแต่เริ่มต้น เด็คแรกจะเป็นการ์ด สีแดงและสีน้ำเงิน ส่วนอีกเด็คจะเป็น สีม่วงและสีเขียว โดยเด็คจะยึดกฎการใช้สีสองสี (ไม่นับการ์ดไร้สี) ดังนั้นการจัดเด็คแบบ Custom ในอนาคตจะต้องคำนึงถึง Color Identity ของคุณด้วย
Booster pack ชุดแรกที่มีชื่อว่า Dawn of Palpagos ก็จะวางจำหน่ายในวันที่ 30 กรกฎาคมเช่นกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการขยายเด็คของคุณให้ก้าวข้ามชุดเริ่มต้นไปสู่การจัดเด็ค 50 ใบในแบบฉบับของคุณเอง
การอัปเดตเวอร์ชัน 1.0 ของ Palworld เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาได้นำเสนอ Pal ใหม่ 72 ตัว, โซนเกาะลอยฟ้า และการปรับปรุงเนื้อเรื่องใหม่ทั้งหมด ดังนั้นการเปิดตัวการ์ดเกมในช่วงเวลานี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการขยายแฟรนไชส์ให้กว้างไกลกว่าตัวเกมหลัก หากคุณต้องการติดตามรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในอัปเดต 1.0 ก่อนที่การ์ดเกมจะวางจำหน่าย สามารถเข้าไปดูได้ที่ คลังคู่มือ Palworld ของเราได้เลย








