ลองจินตนาการดูว่า ในปี 2014 ถ้ามีคนเสนอไอเดียให้ Nintendo ทำเกมแนว Competitive Shooter คุณคงหัวเราะใส่เขา แล้วถ้าเขาบอกว่าจุดขายของเกมคือการแปลงร่างเป็นหมึกแล้วว่ายไปตามสีที่ตัวเองฉีดล่ะ? คุณคงยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม แต่ Splatoon กลับกลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่แปลกใหม่ที่สุดในวงการเกม โดยมียอดขายรวมทั้งซีรีส์ทะลุ 30 ล้านชุดไปแล้ว
ล่าสุด Splatoon Raiders ได้วางจำหน่ายบน Switch 2 (23 กรกฎาคม) และกำลังทำในสิ่งที่ Nintendo แทบไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการหยิบเอาแนวเกมที่บริษัทไม่มีประสบการณ์เลยแม้แต่น้อยมาสร้างสรรค์ใหม่ให้กลายเป็นสไตล์ของตัวเองอย่างสมบูรณ์
Splatoon Raiders คืออะไรกันแน่
Raiders เป็นเกมแนว Looter-shooter แบบ Player-versus-environment (PvE) ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานกลไกการพ่นสีที่เป็นหัวใจหลักของ Splatoon ลองนึกภาพ Borderlands ผสมกับ Diablo ที่ถูกกรองผ่านงานภาพสไตล์ Pop ของ Nintendo และความโกลาหลที่เป็นเอกลักษณ์ของ Splatoon โดยมีพวก Salmonids กลับมาเป็นศัตรูหลัก และลูปการเล่นก็เป็นไปตามมาตรฐานของแนวเกมนี้ คือการลงภารกิจ เก็บ Loot (ของดรอป), จัด Loadout (ชุดอุปกรณ์) และวนลูปไปเรื่อยๆ
แต่ประเด็นคือ แนวเกมนี้มีการแข่งขันสูงมาก ทั้ง Destiny, Borderlands, Path of Exile, Diablo 4 ต่างก็แย่งชิงฐานผู้เล่นกลุ่มเดียวกันมานานหลายปี การที่ Nintendo กระโดดเข้ามาในสมรภูมินี้ด้วยเหล่า Inklings และกลไกการยึดพื้นที่ด้วยสี ถือเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญหรืออาจจะดูบ้าบิ่น แต่กระแสตอบรับในช่วงแรกชี้ให้เห็นว่ามันค่อนไปทางความกล้าหาญมากกว่า
นักรีวิวหลายคนเรียกเกมนี้ว่าเป็น Destiny ฉบับย่อส่วน ซึ่งการนิยามแบบนี้ส่งผลดีต่อตัวเกม เพราะมันมีความเบาสบาย เข้าถึงง่าย และมีความเป็น Nintendo อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้มันมีพื้นที่ของตัวเองในแนวเกมที่เต็มไปด้วยคู่แข่งมากมาย
ข้อพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่กว่าของ Raiders
Splatoon เป็นแฟรนไชส์ที่สะท้อนวัฒนธรรมเกมได้ดีที่สุดของ Nintendo มาโดยตลอด เกมต้นฉบับบน Wii U ในปี 2015 ไม่ได้แค่หยิบยืมไอเดียจากเกม Competitive Shooter มาเท่านั้น แต่ยังวิเคราะห์ว่าอะไรที่ทำให้เกมเหล่านั้นสนุก แล้วนำมาสร้างใหม่ตั้งแต่ศูนย์โดยเน้นไปที่การเคลื่อนไหว การยึดพื้นที่ และแฟชั่นที่โดดเด่น ซึ่งคงไม่มีค่ายไหนกล้าอนุมัติโปรเจกต์แบบนี้ สัญชาตญาณในการนำวัฒนธรรมเกมภายนอกมาปรับเปลี่ยนใหม่แบบนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากใน Nintendo
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มองข้ามไปคือ อัตลักษณ์ของ Nintendo นั้นสร้างขึ้นจากการขัดเกลา (Refinement) มากกว่าการสำรวจแนวเกมใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Mario, Zelda, Metroid, Kirby ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ที่ Nintendo พัฒนาต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ พวกเขาทำสิ่งเหล่านี้ได้ยอดเยี่ยม แต่ความเต็มใจที่จะก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ไม่คุ้นเคย แนวเกมที่ไม่เคยแตะ หรือกลไกที่ยังไม่เชี่ยวชาญนั้น ถือว่ามีจำกัดมาโดยตลอด
Splatoon ทำลายรูปแบบเดิมๆ นั้นในปี 2015 และ Raiders ก็กำลังทำมันอีกครั้งในปี 2026 คำถามคือทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นแค่ทศวรรษละครั้งเท่านั้น
จุดบอดด้านแนวเกมของ Nintendo ยังคงมีอยู่
ลองนึกดูว่ามีแนวเกมอะไรบ้างที่ Nintendo ยังไม่เคยทำ เกม Roguelike แบบ Hades หรือ Dead Cells, เกมแนว Survival, เกม Action RPG แท้ๆ ที่ไม่ใช่ Xenoblade, เกมสร้างเมือง (City builder), เกมสยองขวัญ หรือประสบการณ์ Co-op แบบ Live-service ที่ไม่ใช่ Splatoon หรือ Arms (ซึ่งก็น่าเสียดายที่ไม่ได้รับความนิยมยาวนานนัก)
บางเกมอาจจะล้มเหลว ซึ่งนั่นก็ไม่เป็นไร ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า Nintendo ต้องทำทุกแนวเกม แต่อยู่ที่ว่าบริษัทมีศักยภาพด้านการออกแบบที่จะหา "มุมมองแบบ Nintendo" ให้กับทุกแนวเกม เหมือนกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วกับเกมยิงใน Splatoon และตอนนี้กับ Looter-shooter ใน Raiders
Pikmin เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ แฟรนไชส์นี้ทำแนวทางของตัวเองอย่างเงียบๆ ในแนวเกมที่ Nintendo มักจะมองข้าม (แนววางแผน Real-time strategy ที่มีการจัดการทรัพยากร) หรือ WarioWare ที่เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ที่แสดงให้เห็นว่านักออกแบบของ Nintendo ได้รับอนุญาตให้ทำอะไรที่แปลกแหวกแนว และผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดที่บริษัทปล่อยออกมาเสมอ
หัวใจสำคัญคือ มาตรฐานคุณภาพของ Nintendo ไม่ได้ลดลงเมื่อพวกเขาออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง ในทางกลับกัน ความแปลกใหม่ดูเหมือนจะช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเฉียบคมยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
Raiders คือบทพิสูจน์ ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง
การที่ Splatoon Raiders ประสบความสำเร็จในฐานะเกม Looter-shooter ไม่ใช่แค่ข่าวดีสำหรับแฟนๆ Splatoon เท่านั้น แต่มันคือข้อพิสูจน์ให้ Nintendo เดินหน้าต่อไป เกมแนว Survival ในแบบฉบับ Nintendo จะเป็นอย่างไร? ประสบการณ์สยองขวัญแบบ Co-op ของ Nintendo ล่ะ? หรือเกมแนว Tactics RPG ที่ไม่ใช่ Fire Emblem?
คำถามเหล่านี้อาจฟังดูเป็นการคาดเดา แต่ก็ไม่ได้ฟังดูเพ้อฝันไปมากกว่าคำถามที่ว่า "เกมยิงแบบ Nintendo จะออกมาเป็นอย่างไร?" ในปี 2013
หากคุณกำลังเริ่มเล่น Raiders และอยากจะเก่งให้ไว คู่มือ Gadget ที่ดีที่สุดใน Splatoon Raiders จะช่วยเจาะลึก Gadget แต่ละชิ้นตามประเภทของ Tank และแนะนำ Loadout ช่วง Endgame ที่ดีที่สุดสำหรับการพิชิตภารกิจ Salmonid Raid ที่ยากที่สุด และสำหรับข้อมูลอื่นๆ คุณสามารถดูได้ที่คลัง คู่มือกลยุทธ์ Splatoon Raiders ฉบับเต็ม ซึ่งจะมีการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องหลังเกมวางจำหน่าย








