The Sandbox แพลตฟอร์ม Metaverse ภายใต้ Animoca Brands ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ Voxel Games เพื่อดึงดูดนักพัฒนาเกมอินดี้ (Indie Game Developers) เข้าสู่ระบบนิเวศที่กำลังเติบโต โดยโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้นักพัฒนาอิสระและสตูดิโอเกมสามารถสร้างเกมในสไตล์ Voxel โดยใช้ Game Engine ยอดนิยมอย่าง Unity และ Unreal ได้ ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับนักพัฒนา แต่ยังเป็นการขยายขอบเขตของ The Sandbox ให้ครอบคลุมหลายแพลตฟอร์มมากขึ้น นอกเหนือไปจากระบบนิเวศบนบล็อกเชนที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ภาพปก The Sandbox บน X
ทำความรู้จักกับ The Sandbox เพิ่มเติม
The Sandbox สร้างชื่อเสียงจากความสำเร็จของเกมมือถือ 2 เกม ได้แก่ The Sandbox (2011) และ The Sandbox Evolution (2016) ซึ่งมียอด ดาวน์โหลดบน iOS และ Android รวมกันถึง 40 ล้านครั้ง ในปี 2018 ผู้พัฒนาและผู้จัดจำหน่ายอย่าง Pixowl ได้เปลี่ยนผ่าน IP เกมที่เน้น User Generated Content (UGC) และชุมชนนักสร้างสรรค์จากมือถือไปสู่เทคโนโลยีบล็อกเชน
เป้าหมายคือการพลิกโฉมอุตสาหกรรมเกมด้วยการมอบกรรมสิทธิ์ในผลงานให้กับผู้สร้างอย่างแท้จริงผ่านรูปแบบของ Non-Fungible Tokens (NFTs) และให้รางวัลตอบแทนจากการมีส่วนร่วมในระบบนิเวศ ปัจจุบัน The Sandbox ดำเนินงานในฐานะ Metaverse เสมือนจริงที่ผู้เล่นสามารถสร้าง เป็นเจ้าของ และสร้างรายได้จากประสบการณ์การเล่นเกมบน Ethereum blockchain โดยใช้ SAND ซึ่งเป็น Utility Token ของแพลตฟอร์ม
VoxEdit และ Game Maker
ในอดีต The Sandbox เป็นที่รู้จักจากเครื่องมือแบบ No-code อย่าง VoxEdit และ Game Maker ซึ่งช่วยให้ผู้สร้างสามารถพัฒนาเกมและสินทรัพย์ (Assets) ในรูปแบบ Voxel ได้โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม แต่โครงการ Voxel Games ได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบนี้โดยเปิดทางให้นักพัฒนาเกมมืออาชีพสามารถสร้างเกมสไตล์ Voxel ด้วย Game Engine หลากหลายตัว รวมถึง Unity, Unreal และ HTML5 ซึ่งเกมเหล่านี้สามารถนำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ ไม่จำกัดอยู่แค่ภายในระบบนิเวศของ The Sandbox เท่านั้น

ศิลปะ Voxel จาก The Sandbox
เสริมพลังนักพัฒนาอินดี้ด้วยการสร้างเกมสไตล์ Voxel
Sebastien Borget ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ The Sandbox กล่าวว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มมีผู้ใช้งานมากกว่า 6 ล้านคน และมีประสบการณ์การเล่นที่สร้างโดยผู้ใช้งาน (User-Generated Content) เปิดให้เล่นแล้วกว่า 1,300 รายการ การนำ Game Engine ภายนอกมาใช้ถือเป็นยุคใหม่ของแพลตฟอร์มที่ช่วยให้สามารถรองรับกลุ่มนักพัฒนามืออาชีพได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
Borget อธิบายในงาน Gamescom ว่าบริษัทกำลังทำงานร่วมกับนักพัฒนาและสตูดิโอภายนอกเพื่อสร้างเกมสไตล์ Voxel ลงในหลายแพลตฟอร์ม โครงการนี้ช่วยขยายขอบเขตของเกม นักพัฒนา และผู้สร้างที่ The Sandbox สามารถเข้าถึงได้ โดยยังคงรักษาปรัชญาในการลดความซับซ้อนของเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับผู้ใช้งานเอาไว้

The Sandbox Launches Voxel Games Program
เส้นทางสู่ Open Metaverse
โครงการ Voxel Games สอดคล้องกับพันธกิจของ The Sandbox ในการสร้าง Open Metaverse ที่ผู้เล่นสามารถเป็นเจ้าของและใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลของตนข้ามเกมและแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ ผ่านโครงการนี้ นักพัฒนาเกมสามารถสร้างโปรเจกต์ที่มีกลไกเกมแบบดั้งเดิม เช่น Free-to-play, Microtransactions และการซื้อไอเทมในแอป (In-app purchases) ในขณะเดียวกันก็สามารถผนวกส่วนประกอบบล็อกเชนของ The Sandbox เข้าไปด้วย เช่น SAND Utility Token และสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผู้เล่นเป็นเจ้าของอย่าง Avatars และ NFTs
Borget เน้นย้ำว่าแนวทางของ The Sandbox คือการทำให้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ใช้เสมอ เพื่อให้พวกเขาสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์และรับรางวัลได้โดยไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับ Smart Contracts ความง่ายในการใช้งานนี้ เมื่อรวมกับการเข้าถึงแพลตฟอร์มที่กว้างขึ้นผ่าน Voxel Games ทำให้ The Sandbox ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้าน Blockchain Gaming และการทำงานร่วมกันข้ามแพลตฟอร์ม (Interoperability)

สินทรัพย์ประเภทฟาร์มในกิจกรรม VoxEdit Mini Contest
พันธมิตรใหม่และการกระจายเกมที่กว้างขึ้น
ในการเปิดตัวโครงการ The Sandbox ได้จับมือกับสตูดิโออย่าง Frag Games และ The Devhouse Agency และคาดว่าจะมีพันธมิตรเพิ่มขึ้นอีกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การทำงานร่วมกับสตูดิโอเกมอิสระทำให้ The Sandbox หวังว่าจะสามารถสร้างความหลากหลายให้กับคอนเทนต์และนำเสนอสไตล์การเล่นเกมใหม่ๆ เช่น เกมแนวเอาชีวิตรอด (Survival) และเกมแนวตะลุยดันเจี้ยน (Dungeon Crawlers)
ผู้เล่นจะได้รับประโยชน์จากการที่สามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่ เช่น Avatars, อุปกรณ์ และ LANDs ไปใช้งานในเกมใหม่เหล่านี้ได้ไม่ว่าจะอยู่บนแพลตฟอร์มใด การขยายตัวออกไปนอกขอบเขตของ Web3 ช่วยให้ The Sandbox เข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงผู้เล่นที่ยังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีบล็อกเชน
Nicola Sebastiani ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอนเทนต์ของ The Sandbox กล่าวว่าบริษัทได้ตรวจสอบผลงานเกมที่ส่งเข้ามามากกว่า 50 รายการแล้วในส่วนหนึ่งของโครงการนี้ และจะมีเกมอื่นๆ ประกาศตามมาในเร็วๆ นี้ โดยเกมเหล่านี้จะเปิดให้เล่น ทั้งบนมือถือ เว็บ และ PC ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการกระจายเกมสไตล์ Voxel ของ The Sandbox ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

โลโก้ The Sandbox
เสริมสร้างระบบนิเวศของผู้สร้าง
ด้วยการเปิดตัวโครงการ Voxel Games ทำให้ The Sandbox ยังคงเดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนระบบนิเวศของผู้สร้างที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การเชิญนักพัฒนามืออาชีพเข้ามาใน Metaverse ช่วยขยายขอบเขตคอนเทนต์สำหรับผู้ใช้งาน ซึ่งปัจจุบันมีเจ้าของสินทรัพย์ Voxel มากกว่า 170,000 ราย และมีสินทรัพย์ที่ถูกสร้างขึ้นภายในแพลตฟอร์มแล้วกว่า 1.7 ล้านรายการ
โครงการนี้ยังเปิดโอกาสให้เข้าถึงแบรนด์พันธมิตรและทรัพย์สินทางปัญญา (IP) กว่า 400 รายการ ทำให้นักพัฒนาสามารถนำสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเหล่านี้ไปใช้ในโปรเจกต์ของตนได้ การผนวกสินทรัพย์เหล่านี้เข้ากับเกมสไตล์ Voxel จะช่วยให้นักพัฒนาอินดี้สามารถสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยการผสมผสาน IP หลากหลายเข้าด้วยกันเป็นประสบการณ์การเล่นเกมที่เป็นหนึ่งเดียว

สถิติของ The Sandbox
เชื่อมช่องว่างระหว่างเกมแบบดั้งเดิมและบล็อกเชน
โครงการ Voxel Games ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ The Sandbox ในการเชื่อมช่องว่างระหว่างเกมแบบดั้งเดิมและประสบการณ์บนบล็อกเชน แม้ว่าเกมที่พัฒนาภายใต้โครงการนี้อาจเริ่มต้นโดยไม่มีฟังก์ชัน Web3 แต่ผู้เล่นก็มีตัวเลือกในการเชื่อมต่อกระเป๋าเงิน (Wallet) ในภายหลัง เพื่อใช้งาน NFTs, SAND Tokens และองค์ประกอบบล็อกเชนอื่นๆ
สำหรับนักพัฒนา โครงการนี้เป็นโอกาสในการเข้าถึงชุมชนที่มั่นคงของ The Sandbox ซึ่งมีเจ้าของ Avatar กว่า 55,000 ราย และผู้ถือ SAND กว่า 290,000 ราย การพัฒนาเกมสไตล์ Voxel ลงในหลายแพลตฟอร์มจะช่วยเพิ่มการมองเห็นของเกมและมีส่วนช่วยในการเติบโตของระบบนิเวศ Web3

SAND Utility Token ของ The Sandbox
บทสรุป
การเปิดตัวโครงการ Voxel Games ถือเป็นบทใหม่ของ The Sandbox ที่เน้นย้ำเรื่องการทำงานร่วมกันข้ามแพลตฟอร์มและการเข้าถึงอุตสาหกรรมเกมในวงกว้าง การเปิดโอกาสให้นักพัฒนาอินดี้สามารถสร้างและเผยแพร่เกมสไตล์ Voxel โดยใช้ Game Engine ภายนอก เป็นการตอกย้ำพันธกิจในการสร้าง Open Metaverse ที่ผู้เล่นสามารถใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลของตนได้อย่างไร้รอยต่อในหลายแพลตฟอร์ม
ความคิดริเริ่มนี้เปิดประตูให้สตูดิโออินดี้ได้เข้ามามีส่วนร่วมใน Metaverse ที่กำลังขยายตัว และเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของ The Sandbox ในภูมิทัศน์ของ Blockchain Gaming ที่กำลังพัฒนา ด้วยความมุ่งมั่นในการสนับสนุนทั้งนักพัฒนามืออาชีพและนักสร้างสรรค์หน้าใหม่ The Sandbox กำลังปูทางไปสู่อนาคตที่การเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลและการเล่นเกมข้ามแพลตฟอร์มจะกลายเป็นมาตรฐานของประสบการณ์การเล่นเกม สามารถดู ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่







