งานวิจัยใหม่จาก GameDiscoverCo ซึ่งร่วมมือกับ Mod.io แสดงให้เห็นว่า UGC (User-Generated Content) หรือเนื้อหาที่ผู้เล่นสร้างขึ้นเอง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมให้มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น บทวิเคราะห์ฉบับปรับปรุงนี้ต่อยอดมาจากผลการศึกษาในปี 2024 โดยติดตามทั้งรายได้, อัตราการรักษาผู้เล่น (Player Retention) และยอดขาย DLC บนแพลตฟอร์ม PC, คอนโซล และ VR เกมที่รองรับการลง Mod และเนื้อหาที่สร้างโดยผู้เล่นมักจะมีผลงานที่เหนือกว่าเกมที่ไม่มีฟีเจอร์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในช่วงเปิดตัวและในช่วงหลายปีหลังจากนั้น

UGC ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกม
ผลประโยชน์ด้านรายได้ในระยะยาว
ชุดข้อมูลนี้ครอบคลุมเกมบน Steam ประมาณ 1,200 เกม ที่เปิดตัวในช่วงห้าปีที่ผ่านมาและทำรายได้ไม่ต่ำกว่า $1 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนแรก โดยประมาณ 20% ของเกมเหล่านี้รองรับ UGC อย่างเป็นทางการผ่าน Steam Workshop, Mod.io, CurseForge หรือแพลตฟอร์มของผู้พัฒนาอย่าง Paradox Mods และ Bethesda Game Studios Creations เกมที่รองรับ UGC สามารถทำรายได้เพิ่มขึ้น 8% ในปีแรก และเพิ่มขึ้น 31% ในช่วงระยะเวลาห้าปี ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากผลการศึกษาในปี 2024 อันเป็นผลมาจากจำนวนเกมที่รองรับ UGC เข้าสู่ชุดข้อมูลมากขึ้น และมี เกมจำนวนมากขึ้นที่ทำรายได้ต่อเนื่องจนถึงปีที่ห้า

UGC ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกม
การรักษาผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี
UGC ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องยอดขายเท่านั้น แต่ยังช่วยดึงดูดให้ผู้เล่นอยู่กับเกมได้นานขึ้น เกมที่รองรับการลง Mod มีจำนวนผู้เล่นพร้อมกัน (Concurrent Players) สูงกว่าถึง 75% ในช่วงสองปีหลังเปิดตัว และเพิ่มขึ้นเป็น 115% หลังจากผ่านไปห้าปี แม้ประเภทของเกมจะมีผล แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนก็ปรากฏให้เห็นในหลายกรณี เช่น Larian Studios ที่พบว่ายอดผู้เล่นรายวัน (Daily Active Users) ของ Baldur's Gate 3 พุ่งสูงขึ้นถึง 20% หลังจากเปิดตัวเครื่องมือ Mod อย่างเป็นทางการในปี 2024

UGC ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกม
UGC กับการมีส่วนร่วมใน DLC
มีความกังวลอยู่เสมอว่า Mod ฟรีจะเข้ามาแย่งยอดขาย DLC แบบเสียเงิน แต่ตัวเลขกลับชี้ให้เห็นในทางตรงกันข้าม เกมที่รองรับ Mod สร้างรายได้จาก DLC ได้มากกว่าเกมที่ไม่มีถึง 105% โดย SnowRunner เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน: Saber Interactive พบว่าผู้เล่นที่ใช้ Mod มีแนวโน้มที่จะซื้อส่วนเสริม (Expansions) อย่างเป็นทางการมากกว่าผู้เล่นทั่วไปถึง 2.4 เท่า ดูเหมือนว่า UGC จะช่วยกระตุ้นความสนใจในเนื้อหาแบบเสียเงิน ไม่ใช่เข้ามาแทนที่
ขยายการวิเคราะห์สู่คอนโซลและ VR
การวิจัยรอบนี้ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าแค่ PC เป็นครั้งแรก บน PlayStation เกม ที่รองรับ Mod มีความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่นสูงกว่าถึง 16% ในหนึ่งปีหลังเปิดตัว ส่วนบน Xbox ความได้เปรียบนั้นพุ่งสูงถึง 24% ในขณะที่ฝั่ง VR เกมบน Meta Quest Store ที่รองรับ UGC มีการเติบโตของจำนวนผู้เล่นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30% ในช่วงปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับเกมที่ไม่มีระบบ Mod อย่างเป็นทางการ

UGC ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกม
ทำไมผู้พัฒนาควรพิจารณาเรื่อง UGC
การสนับสนุน UGC ช่วยยืดอายุของเกม ทำให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมได้นานขึ้น และขับเคลื่อนรายได้ทั้งจากการขายตัวเกมหลักและ DLC รูปแบบนี้เกิดขึ้นจริงทั้งบน PC, คอนโซล และ VR แม้ความสัมพันธ์นี้จะไม่ใช่เหตุและผลโดยตรง แต่ข้อมูลชี้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอว่า เกมที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างและแบ่งปันเนื้อหาของตนเองจะมีผลงานที่ดีกว่าในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
UGC ในวิดีโอเกมคืออะไร?
UGC (User-Generated Content) คือเนื้อหาต่างๆ เช่น Mod, ด่าน, ตัวละคร และเนื้อหาอื่นๆ ที่สร้างขึ้นโดยผู้เล่น แทนที่จะเป็นผู้พัฒนาเกม
เกมที่มี UGC ทำเงินได้มากกว่าจริงหรือ?
จริง เกมที่รองรับ UGC ทำรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 8% ในปีแรก และเพิ่มขึ้น 31% ในช่วงห้าปี เมื่อเทียบกับเกมที่ไม่มี Mod
UGC ทำให้ยอดขาย DLC ลดลงหรือไม่?
ไม่ เกมที่มี UGC มียอดขาย DLC สูงกว่าถึง 105% ซึ่งบ่งชี้ว่าการใช้งาน Mod ช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อเนื้อหาเพิ่มเติม ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่
UGC มีประสิทธิภาพบนคอนโซลและ VR หรือไม่?
มี เกมที่รองรับ Mod แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่นถึง 16% บน PlayStation, 24% บน Xbox และมีการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 30% สำหรับเกม VR บน Meta Quest Store
ทำไมผู้พัฒนาควรใส่ระบบสนับสนุน UGC?
UGC ช่วยยืดอายุของเกม, ปรับปรุงอัตราการรักษาผู้เล่น และเพิ่มรายได้ผ่าน DLC พร้อมทั้งสร้างคอมมูนิตี้ของผู้เล่นที่มีความกระตือรือร้นและมีความคิดสร้างสรรค์








