League of Legends กำลังจะมีอายุครบ 17 ปีในปลายปีนี้ และ Riot Games ก็ได้ฉลองโอกาสพิเศษนี้ด้วยสิ่งที่เหล่าคอมมูนิตี้เรียกร้องมานานหลายปี League of Legends Classic จะเปิดให้บริการในวันที่ 29 กรกฎาคม โดย Paul Bellezza ตำแหน่ง Executive Producer ได้ออกมาอธิบายถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้ว่าเปลี่ยนจากการถกเถียงกันภายในองค์กรมาเป็นการพัฒนาอย่างเต็มตัวได้อย่างไร
จาก Hackathon หนึ่งสัปดาห์สู่ทีมพัฒนาเต็มรูปแบบ
เรื่องราวต้นกำเนิดของโปรเจกต์นี้ถือว่าน่าสนใจมาก Riot ได้จัดงาน Hackathon ภายในองค์กรที่ชื่อว่า Thunderdome ซึ่งเปิดโอกาสให้ทีมงานมีเวลาหนึ่งสัปดาห์ในการสร้างสรรค์อะไรก็ได้ที่ต้องการ เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว กลุ่มนักพัฒนาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นได้ใช้ช่วงเวลานี้ในการปลุกชีพ League เวอร์ชันที่เล่นได้จากยุค Season 3 ในปี 2013 ขึ้นมาใหม่ ตัวต้นแบบ (Prototype) เปิดตัวมาพร้อมกับแชมเปี้ยนประมาณ 9 หรือ 10 ตัว ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยอย่างตั้งใจ แต่มันสามารถตอบคำถามที่ Riot ค้างคาใจมานานหลายปีได้สองข้อ คือ มันเป็นไปได้ในเชิงเทคนิคหรือไม่ และมันจะสนุกจริงหรือเปล่า?
คำตอบของทั้งสองข้อคือ ใช่
ตัว Build ของ Thunderdome นั้นดึงดูดผู้ร่วมพัฒนาได้ถึง 45 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงระดับความตื่นเต้นภายในทีมได้เป็นอย่างดี ดีไซเนอร์ระดับเก๋าอย่าง CertainlyT (Thresh), FeralPony (Hecarim) และ Matthew Leung-Harrison ต่างก็กระโดดเข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้ หลังจากที่ตัวต้นแบบพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ Riot ก็ได้จัดตั้งทีม Classic ขึ้นมาโดยเฉพาะในเดือนกันยายน โดยเริ่มจากทีมงานประมาณ 10 คน และขยายเพิ่มเป็น 25 ถึง 30 คนในช่วงใกล้เปิดตัว
ทำไมต้องเป็น Season 3
ประเด็นคือ การเลือกยุคสมัยเดียวสำหรับโปรเจกต์ที่เน้นความ Nostalgia (ความโหยหาอดีต) ในเกมที่เปิดตัวในแต่ละภูมิภาคไม่พร้อมกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ League เปิดตัวในอเมริกาเหนือในปี 2009 ตามด้วยยุโรปในเวลาไม่นาน เกาหลีในช่วงปลายปี 2011 และจีนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หากเลือก Season 1 ก็จะเป็นการตัดผู้เล่นส่วนใหญ่ทั่วโลกที่ยังไม่ได้เริ่มเล่นในตอนนั้นออกไป
แต่ Season 3 นั้นต่างออกไป Bellezza ชี้ให้เห็นว่านี่คือยุคที่การแข่งขัน (Competitive play) เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โดยอ้างอิงถึงการที่ Alex Ich และทีม Moscow Five ได้แสดงให้เห็นว่าการเดินเกมในป่า (Jungle pathing) คือบทบาทที่สำคัญจริงๆ ส่วน Meta ในตอนนั้นยังคงเป็นแบบ 2 เลนบน, 2 เลนล่าง, 1 เลนกลาง ซึ่งอาจดูแปลกตาในปัจจุบัน แต่เป็นมาตรฐานในยุคนั้น นอกจากนี้ Season 3 ยังเป็นช่วงที่เกมเริ่มหลอมรวมจนกลายเป็นสิ่งที่ผู้เล่นในทุกภูมิภาคหลักจดจำได้
อย่างไรก็ตาม Classic ไม่ใช่การจำลองแบบเป๊ะๆ 100% Bellezza อธิบายว่ามันคือการรวม "ที่สุดของความคลาสสิก" (Greatest hits) ไอเทมอย่าง Zz'Rot Portal จากช่วงปี 2015 และ Heart of Gold จะปรากฏให้เห็นควบคู่ไปกับโครงสร้างของ Season 3 โดยตัวเกมจะเปิดตัวพร้อมแชมเปี้ยน 60 ตัว ซึ่งรวมถึงเวอร์ชันดั้งเดิมของตัวละครอย่าง Sion, Akali และ Katarina ก่อนที่จะมีการปรับโฉมใหม่ในปัจจุบัน
สร้างอดีตขึ้นใหม่ด้วยเครื่องมือสมัยใหม่
ในด้านเทคนิคนั้นมีความซับซ้อนกว่าที่คิด Engine ของ Riot มีการพัฒนาไปไกลมากในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา และ Asset ดั้งเดิมบางส่วนก็เสื่อมสภาพหรือหายไปจาก Codebase ทีมงานต้องสร้างแผนที่ Summoners Rift ขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยใช้เครื่องมือสมัยใหม่ รวมถึงประกอบชิ้นส่วนงานศิลป์ (Art assets) และทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่าความรู้สึกที่ได้นั้นตรงกับความทรงจำ ไม่ใช่แค่ไฟล์ข้อมูล
โมเดล Sion รุ่นเก่ามีอยู่ใน Code แต่เมื่อโหลดขึ้นมากลับแสดงผลเพียงแค่ 10 พิกเซล ทีมงานจึงต้องดึงข้อมูลออกมา สร้างโครงกระดูก (Skeleton rig) ใหม่ และเขียน Code ชุดสกิลดั้งเดิมของเขาขึ้นมาใหม่ Bellezza ระบุว่าใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน เพราะดีไซน์แชมเปี้ยนยุคเก่าเหล่านั้นมีความซับซ้อนน้อยกว่าสิ่งที่สร้างในปัจจุบันมาก
ในส่วนของ UI ก็ได้รับการปรับปรุงในลักษณะเดียวกัน ฟีเจอร์อำนวยความสะดวก (Quality-of-life) ในปัจจุบันยังคงอยู่ แต่การออกแบบภาพ (Visual design) ถูกปรับให้เข้ากับไอคอนแบบคลาสสิก ปัจจุบันยังไม่มีระบบ Jungle timers ในเกม แต่ Bellezza ก็ไม่ได้ปิดโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงก่อนวันเปิดตัว
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มักมองข้ามเกี่ยวกับโปรเจกต์แบบนี้คือ มันแทบไม่มีปัญหาทางเทคนิคใหญ่ๆ เพียงปัญหาเดียวให้แก้ Bellezza กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า มันคือปัญหาเล็กๆ นับพันอย่าง ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพียงเรื่องเดียว
ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดของ แชมเปี้ยนและไอเทมทั้งหมดที่ได้รับการยืนยันว่าจะเข้าสู่ Classic ก่อนเปิดตัวในวันที่ 29 กรกฎาคม และหากคุณต้องการฝึกฝนฝีมือในเกมปัจจุบันระหว่างรอ คู่มือกลยุทธ์ League of Legends ของเรามีครอบคลุมทุกเรื่อง ตั้งแต่การคุมวิชั่น (Vision control) ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลล่าสุด








