มหากาพย์ Bhaalspawn Saga อาจกำลังจะได้ไปต่อ มีข่าวลือหนาหูว่า Baldur's Gate 2: Shadows of Amn กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเวอร์ชัน Remake โดยมี Kevin Martens ผู้ร่วมออกแบบดนตรีและระบบเกมต้นฉบับกลับมาร่วมโปรเจกต์นี้ด้วย สำหรับแฟนเกม Baldur's Gate 3 ที่อยากย้อนกลับไปสัมผัสจุดเริ่มต้นของซีรีส์ นี่อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการเข้าถึงเรื่องราวที่เป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่ง
ทีมงานดั้งเดิมกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
Kevin Martens ผู้ร่วมออกแบบ Baldur's Gate 2 ภาคต้นฉบับเมื่อปี 2000 มีรายงานว่ากำลังทำโปรเจกต์ Remake นี้ควบคู่ไปกับการพัฒนา Exodus เกมแนว RPG โลกหลังหายนะจากค่าย Archetype Entertainment การที่เขามีส่วนร่วมทำให้ข่าวลือนี้ดูมีน้ำหนักมากกว่าแค่การปล่อยข่าวลือแบบนิรนามทั่วไป ประเด็นสำคัญคือการที่ทีมงานสร้างสรรค์ดั้งเดิมกลับมาทำ Remake เองนั้น เป็นสัญญาณชัดเจนว่านี่ไม่ใช่แค่การปรับปรุงกราฟิกให้สวยขึ้นเพียงอย่างเดียว
ขอบเขตของโปรเจกต์ยังคงไม่ชัดเจนว่าจะเป็นการ Remake แบบตรงไปตรงมาโดยอัปเกรดแค่ภาพให้ทันสมัย หรือจะเป็นการยกเครื่องใหม่ (Reimagining) เพื่อให้ระบบและโทนของเกมเข้ากับ Baldur's Gate 3 ซึ่งความแตกต่างนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับฐานแฟนคลับ
สิ่งที่เวอร์ชัน Remake จำเป็นต้องแก้ไข
Baldur's Gate 2 ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกม RPG games ที่ดีที่สุดตลอดกาล แต่ตัวเกมถูกสร้างขึ้นสำหรับผู้เล่นยุค 90 โดยใช้กฎของ D&D เวอร์ชันที่เกมเมอร์ยุคใหม่ส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย ตัวเกมใช้กลไกของ AD&D 2nd Edition ซึ่งรวมถึงระบบ THAC0 (To Hit Armor Class 0), ระบบต่อสู้แบบ Real-time with pause (หยุดเวลาเพื่อวางแผน) และบทสนทนาระหว่างตัวละครที่ดูเบาบางเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้เล่นคาดหวังหลังจากใช้เวลากว่า 100 ชั่วโมงไปกับเหล่าเพื่อนร่วมทางใน Baldur's Gate 3
การพูดคุยโต้ตอบในปาร์ตี้, เนื้อเรื่องความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง และระบบต่อสู้แบบ Turn-based (สลับเทิร์น) กลายเป็นมาตรฐานหลักของเกมแนวนี้ไปแล้ว ซึ่ง Baldur's Gate 2 ภาคเดิมไม่มีสิ่งเหล่านี้ในรูปแบบที่ทันสมัย การทำ Remake เพียงแค่ปรับปรุงภาพ Sprite แล้วจบไปคงทำให้แฟนเกมรุ่นใหม่ที่เพิ่งรู้จักซีรีส์นี้ผ่านผลงานของ Larian ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน
ระบบต่อสู้แบบ Real-time with pause คือเครื่องหมายคำถามที่ใหญ่ที่สุด มันอาจจะเวิร์กเวลาที่คุณต้องจัดการกับศัตรูตัวเล็กตัวน้อย แต่ก็ไม่ได้มอบอรรถรสของการเล่น D&D ได้ดีเท่ากับระบบ Turn-based ที่เหมาะสม ซึ่งการที่เวอร์ชัน Remake จะปรับเปลี่ยนระบบนี้หรือคงไว้ตามต้นฉบับ จะเป็นตัวกำหนดว่าเกมนี้จะได้รับการตอบรับอย่างไร
ภาคแรกอาจจะถูกนำมาทำใหม่ด้วย
ข่าวลือยังระบุอีกว่า Baldur's Gate ภาคแรกอาจได้รับการ Remake ไปพร้อมกัน โดยทั้งสองโปรเจกต์กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสมเหตุสมผลในแง่ของการเล่าเรื่อง เพราะเนื้อเรื่องของ Bhaalspawn เริ่มต้นตั้งแต่ภาคแรก และภาคต่อจะขาดอรรถรสทางอารมณ์ไปมากหากขาดบริบทจากภาคแรก
ภาคแรกอาจต้องมีการปรับปรุงมากกว่าภาคสอง บทช่วงต้นเกมที่ต้องเดินผ่านทุ่งหญ้าโล่งๆ เนื้อเรื่องหลักที่กว่าจะเข้าที่เข้าทาง และการสร้างตัวละครบางสาย (โดยเฉพาะ Rogue และ Wizard) ที่อาจรู้สึกว่าอ่อนแอเกินไปในช่วงต้นเกม การ Remake ภาคแรกจึงต้องทำอะไรมากกว่าแค่ภาพที่สวยขึ้นเพื่อให้เป็นเกมที่สมบูรณ์ในตลาดปัจจุบัน
เหตุผลที่ Wizards of the Coast ต้องทำโปรเจกต์นี้
ความสำเร็จของ Baldur's Gate 3 สร้างฐานแฟนคลับกลุ่มใหม่มหาศาลให้กับแฟรนไชส์ ผู้เล่นนับล้านที่ไม่เคยรู้จัก Irenicus หรือเนื้อเรื่องของ Bhaalspawn กำลังให้ความสนใจอย่างมากว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นตลาดที่แทบไม่มีอยู่เลยเมื่อ 5 ปีก่อน
Wizards of the Coast ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ D&D มีแรงจูงใจทางธุรกิจที่ชัดเจนในการคว้าโอกาสจากความสนใจนี้ก่อนที่กระแสจะซาลง การทำ Remake ของ Baldur's Gate 2 ที่มีคุณภาพและปรับปรุงให้เข้ากับมาตรฐาน RPG ยุคปัจจุบัน จะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นที่พร้อมและรอคอยอยู่แล้วได้ทันที
หัวใจสำคัญคือการลงมือทำ การทำ Remaster แบบขอไปทีจะเป็นการเสียโอกาสเปล่า แต่การทำ Remake ที่แท้จริง ซึ่งรักษาเสน่ห์ของต้นฉบับไว้พร้อมกับอัปเดตระบบที่ล้าสมัย จะสามารถส่งต่อตำนาน Bhaalspawn Saga ไปสู่คนรุ่นใหม่ที่รู้จักเรื่องราวนี้ผ่านการอ้างอิงใน Baldur's Gate 3 เท่านั้น
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเรื่องช่วงเวลาวางจำหน่าย รายชื่อแพลตฟอร์ม หรือการยืนยันอย่างเป็นทางการ หากคุณต้องการทำความรู้จักกับแฟรนไชส์นี้ในระหว่างรอข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่าน บทวิจารณ์เจาะลึก Baldur's Gate 3 ของเราเพื่อดูว่าทำไมมาตรฐานของซีรีส์นี้ถึงเป็นสิ่งที่ยากจะหาเกมอื่นมาเทียบได้








