ภาพรวม
Everholm เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2024 พัฒนาโดยสตูดิโออินดี้เล็กๆ อย่าง Chonky Loaf และจัดจำหน่ายผ่าน indie.io ตัวเกมเล่าเรื่องราวของ Lilly หญิงสาวที่พลัดหลงเข้าไปในประตูมิติเวทมนตร์ขณะออกตามหา Melanie พี่สาวที่หายตัวไป จนมาโผล่ที่เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าชาวเมืองทุกคนจะรู้จักเธอเป็นอย่างดี ความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจที่ทุกคนทำเหมือนรู้จักเธอนี่แหละคือ "จุดขาย" (hook) ของเกม: ทำไมทุกคนถึงจำเธอได้ และเรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับ Melanie กันแน่?
แม้บรรยากาศจะดูอบอุ่นหัวใจ (cozy) แต่ในหลายๆ แง่มุมมันก็มีอะไรมากกว่านั้น Lilly ต้องฟื้นฟูบ้านไร่ที่ทรุดโทรม ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ หาของป่า และตกปลา ลูปการเล่น (gameplay loop) แบบนี้อาจจะคุ้นเคยสำหรับใครที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับเกมแนว Farming RPG แต่ Everholm ได้เพิ่มความลึกลับดำมืดซ่อนไว้ข้างใต้ เกาะแห่งนี้มีความลับ ชาวเมืองก็มีความลับ และวิธีเดียวที่จะเข้าถึงความลับเหล่านั้นได้คือการค่อยๆ สร้างความเชื่อใจผ่านการพูดคุยและทำเควสต์ (favor) ให้กับพวกเขา

Everholm เป็นเกมแนวไหนกันแน่?
Everholm เป็นเกมแนว RPG แบบ Open-ended ที่เน้นเรื่องความสัมพันธ์เป็นหลักมากกว่าการต่อสู้ เนื้อเรื่องเป็นแบบ Non-linear หมายความว่าลำดับการไขปริศนาของเกาะจะขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นไปผูกมิตรกับใครตอนไหน ชาวเมืองบางคนอาจจะเปิดใจเร็ว ในขณะที่บางคนต้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงจะยอมเผยความลับสำคัญออกมา ตัวเกมไม่ได้บังคับเส้นทางตายตัว ทำให้การดำเนินเรื่องดูเป็นธรรมชาติ (organic) ไม่ใช่แค่การทำตามลิสต์ภารกิจที่ถูกเขียนบทมาให้เป๊ะๆ

ระบบหลักใน Everholm:
- การสร้างบ้านไร่และทำฟาร์มปลูกผัก
- การหาของป่า ตกปลา และจัดการปศุสัตว์
- ระบบความสัมพันธ์กับ NPC ที่มีเนื้อเรื่องซ่อนอยู่
- ดันเจี้ยนใต้ดินที่สุ่มสร้างใหม่ทุกครั้ง (Procedurally generated)
- การต่อสู้กับมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนด้วยอาวุธและเวทมนตร์
ระบบดันเจี้ยนคือจุดที่ Everholm ฉีกแนวออกมาจากเกมแนว Cozy ทั่วไป ภายใต้พื้นผิวเกาะที่ดูสดใสกลับมีถ้ำที่สุ่มสร้างขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ที่ต้องอาศัยการเตรียมตัวอย่างจริงจังในการรับมือ วัตถุดิบหายากที่ได้จากการลงดันเจี้ยนลึกๆ จะถูกนำกลับมาใช้ในการพัฒนาบ้านไร่และระบบคราฟต์ไอเทม (crafting) บนดิน สร้างลูปการเล่นที่ลงตัวระหว่างทั้งสองส่วนของเกม

บรรยากาศและการออกแบบโลก
งานภาพเลือกใช้สไตล์มินิมอลอย่างตั้งใจ Everholm ไม่ได้พยายามแข่งขันกับเกม RPG กราฟิกจัดเต็ม แต่เลือกใช้สไตล์ที่สะอาดตาและมีขนาดกะทัดรัด ซึ่งเข้ากับธีมเกาะที่ทุกตัวละครและทุกสถานที่ล้วนมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง การวางธีมเป็น "เกาะเล็กๆ ที่แสนอบอุ่น" นั้นถูกต้อง แต่บทเกมกลับค่อยๆ บิดเบือนความรู้สึกนั้นไปอย่างแนบเนียน ตัวละครที่ดูเป็นมิตรและต้อนรับขับสู้มักจะปิดบังอะไรบางอย่างที่สำคัญเอาไว้เสมอ

แม่มดประจำเกาะที่คอยช่วยเหลือ Lilly ในช่วงแรกเป็นตัวอย่างที่ดีของโทนเกม เธอให้ความช่วยเหลือก็จริง แต่แรงจูงใจของเธอยังไม่ชัดเจน และเกมก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะเฉลยอะไร Everholm ให้รางวัลกับความอดทนของผู้เล่นในการเสพเนื้อเรื่อง เช่นเดียวกับที่ให้รางวัลกับความอดทนในการสร้างความสัมพันธ์กับตัวละคร
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
ดันเจี้ยนที่สุ่มสร้างใหม่ (Procedurally generated) คือแหล่งความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำที่ชัดเจนที่สุด เพราะไม่มีการลงดันเจี้ยนครั้งไหนที่จะได้แผนที่หรือไอเทมเหมือนกันเป๊ะๆ โครงสร้างเนื้อเรื่องแบบ Open-ended ยังทำให้ผู้เล่นแต่ละคนได้พบกับความลับของเกาะในลำดับที่ต่างกัน ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกเมื่อความจริงถูกเปิดเผย
บ้านไร่ของ Lilly คือบันทึกความก้าวหน้าทางสายตา จากที่ดินรกร้างค่อยๆ เปลี่ยนเป็นฟาร์มที่ใช้งานได้จริงและเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยทางเลือกของผู้เล่นเองว่าจะทุ่มเทเวลาไปกับส่วนไหน
บทสรุป
Everholm คือเกม RPG สไตล์มินิมอลที่รักษามาตรฐานความ Cozy ไว้ได้ดีเยี่ยม แต่ก็ไม่ยอมให้ผู้เล่นรู้สึกสบายจนเกินไป ระบบทำฟาร์มและสร้างบ้านไร่ให้กิจวัตรประจำวันที่มั่นคง ระบบความสัมพันธ์ช่วยแบกรับน้ำหนักทางอารมณ์ของเนื้อเรื่อง และดันเจี้ยนที่สุ่มสร้างใหม่ก็มอบความท้าทายที่แท้จริงภายใต้พื้นผิวที่ดูสงบสุข สำหรับผู้เล่นที่มองหาเกมอินดี้ RPG ที่เน้นเนื้อเรื่องและมีความลึกลับเป็นหัวใจสำคัญ Everholm คือเกมที่น่าจับตามองมากครับ













