Naoto Oyama โปรดิวเซอร์จาก Capcom ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า Dragon's Dogma 2 มีประสิทธิภาพการทำงานบน Nintendo Switch 2 ดีกว่าที่ทีมงานคาดการณ์ไว้ โดยยืนยันว่าสามารถทำเฟรมเรตขั้นต่ำ (Floor) ได้ที่ 30 FPS และในบางฉากยังทำได้สูงกว่านั้นอีกด้วย
สิ่งที่ Oyama กล่าวถึงประสิทธิภาพบน Switch 2 จริงๆ
คำกล่าวที่กำลังเป็นกระแสมีความชัดเจนและมั่นใจ โดย Oyama ได้ให้สัมภาษณ์กับ Eurogamer ว่า: "ปัจจุบันเราเห็นประสิทธิภาพเฟรมเรตขั้นต่ำอยู่ที่ 30 FPS บนฮาร์ดแวร์ตัวนี้ (และในหลายๆ ฉากยังทำได้สูงกว่านั้น!) แม้จะยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าเกมจะวางจำหน่าย แต่มันก็ถือว่าเกินความคาดหมายของเราบน Switch 2 ไปแล้ว"
ความมั่นใจในระดับโปรดิวเซอร์เช่นนี้มักมาพร้อมกับเงื่อนไขบางประการ แต่ Oyama ก็ได้สนับสนุนคำพูดด้วยคำอธิบายทางเทคนิคที่ชัดเจน โดย RE Engine ซึ่ง Capcom ใช้ในเกมระดับเรือธงต่างๆ ได้มีการสั่งสมการปรับแต่ง (Optimization) สำหรับ Switch 2 ผ่านเกมที่วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มนี้ก่อนหน้า Dragon's Dogma 2 มาโดยตลอด เกมอย่าง Pragmata และ Resident Evil Requiem ทำให้ทีมงานภายในได้รับประสบการณ์ตรงกับฮาร์ดแวร์ และองค์ความรู้เหล่านั้นก็ได้ถูกนำมาต่อยอด
"การปรับปรุงที่ทำกับเอนจินในแต่ละเกม รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในเกมใหม่ๆ จะถูกเก็บไว้กับเราเสมอ" Oyama อธิบาย "มันเป็นวงจรเชิงบวกสำหรับเราจริงๆ"
ประเด็นสำคัญคือ นี่ไม่ใช่แค่คำพูดทางการตลาด เมื่อสตูดิโอเป็นเจ้าของเอนจินของตัวเอง ทุกการปรับแต่งจึงถือเป็นองค์ความรู้เชิงสถาบัน (Institutional knowledge) ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาแบบเฉพาะหน้าเพียงครั้งเดียว
อัปเดตเดือนสิงหาคมที่สำคัญสำหรับผู้เล่น PS5 และ Xbox
แม้ประสิทธิภาพบน Switch 2 จะเป็นหัวข้อข่าวหลัก แต่ Title Update ช่วงปลายเดือนสิงหาคมคือสิ่งที่ผู้เล่นคอนโซลบน PS5 และ Xbox Series X/S รอคอย โดย Oyama ยืนยันว่าอัปเดตดังกล่าวจะดันโหมด Performance ให้รันที่ 60 FPS บนแพลตฟอร์มเหล่านั้น
ทีมงานได้ทำการ "ปรับจูนเล็กๆ น้อยๆ" เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นโดยเฉพาะ และงานที่ทำบน Switch 2 ก็ส่งผลโดยตรงต่อเรื่องนี้เช่นกัน กระบวนการ Optimization เป็นแบบสองทาง คือการปรับปรุงที่ทำเพื่อคอนโซลจะถูกนำมาใช้กับตัวเกมเวอร์ชัน Switch 2 และในทางกลับกันด้วย
9 ตุลาคมนี้ พบกับแพ็กเกจเต็มรูปแบบบน Switch 2
Nintendo Switch 2 เวอร์ชันนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 9 ตุลาคม พร้อมกับภาคเสริม Dark Arisen ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นบน Switch 2 จะได้รับทั้งตัวเกมหลักและคอนเทนต์ใหม่กว่า 25 ชั่วโมง รวมถึงภูมิภาคใหม่ เนื้อเรื่อง และดันเจี้ยนตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย โดยภาคเสริมนี้จะลงให้กับ PS5, Xbox Series X/S และ PC ในวันเดียวกันด้วยราคา $40
ราคาของตัวเกมหลักได้ปรับลดลงเหลือ $40 แล้วเช่นกัน ซึ่งทำให้จุดเริ่มต้นในการเข้าถึงเกมนี้ง่ายขึ้นกว่าช่วงเปิดตัวอย่างมาก
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มักมองข้ามในสถานการณ์เช่นนี้คือ การเปิดตัวเกมหลักพร้อมกับภาคเสริมบนแพลตฟอร์มใหม่ถือเป็นการทดสอบความเสถียรของตัวพอร์ต (Port) อย่างแท้จริง ไม่มีช่วงฮันนีมูนที่ผู้เล่นจะค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับคอนเทนต์ได้ Dark Arisen จะรีดประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ตั้งแต่วันแรก ซึ่งทำให้คำยืนยันเรื่องเฟรมเรตขั้นต่ำ 30 FPS ของ Oyama มีความหมายมากขึ้น
การพัฒนา Dark Arisen เริ่มต้นขึ้นหลังจากเกมหลักวางจำหน่ายไปแล้วประมาณหกเดือน และทีมงานยังคงมุ่งมั่นให้การสนับสนุนหลังการวางจำหน่ายผ่าน Title Update หลายครั้ง การปรับปรุงคุณภาพชีวิต (Quality-of-life) ที่ทยอยปล่อยออกมาเป็นสัญญาณว่าสตูดิโอไม่ได้มองว่าเกมที่มีอายุสองปีเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เก่าที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการเตรียมตัวก่อนคอนเทนต์จะมาในเดือนตุลาคม สามารถดูคลังข้อมูล Dragon's Dogma 2 guides ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการจัด Build, เคล็ดลับอาชีพ (Vocation) และการปรับแต่ง Pawn เพื่อให้คุณพร้อมลุยทันทีเมื่อ Dark Arisen เปิดให้เล่น นอกจากนี้ยังมี gaming guides อื่นๆ ให้บริการหากคุณกำลังเล่นเกมหลายเกมพร้อมกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้








