
ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
ผู้ให้บริการเกม Midnight ได้เผยรายละเอียดแผนงานสำหรับเกม Web3 MMORPG อย่าง Evergreen ผ่านเอกสาร white paper ที่เพิ่งเผยแพร่ โดยโปรเจกต์นี้วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นทั้งเกมและแพลตฟอร์มสำหรับเผยแพร่เกม โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมเกมหลากหลายไว้ในโลกเสมือนที่เชื่อมต่อกันเพียงหนึ่งเดียว การออกแบบนี้ฉีกกฎจากโครงสร้าง MMORPG แบบเดิมๆ ด้วยการนำเสนอสิ่งที่ Midnight เรียกว่าประสบการณ์แบบแยกส่วน (deconstructed) และปรับแต่งได้ (composable) ครอบคลุมเกมหลากหลายประเภทและแนวเกม

วิวัฒนาการของเกมเพลย์ (Evolving Gameplay)
โครงสร้างของ Evergreen เป็นการผสมผสานระหว่างระบบความก้าวหน้าของผู้เล่น (player progression) ที่ต่อเนื่อง กับประสบการณ์การเล่นเกมที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป โดยใน white paper อธิบายว่ามันเปรียบเสมือนอาเขตของเกมที่เชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบความสนุกและการสร้างรายได้แบบเดียวกับเกม MMOs ทั่วไป โดยไม่จำกัดผู้เล่นไว้กับเนื้อเรื่องหรือธีมใดธีมหนึ่ง ผู้เล่นจะใช้กุญแจ (keys) ในการเดินทางข้ามไปยังโลกต่างๆ ซึ่งแต่ละโลกจะมอบประสบการณ์การเล่นที่แตกต่างกัน แต่ยังคงใช้ระบบความก้าวหน้าร่วมกันอยู่

เกมระดับ AA และ MMOs
Midnight นิยามตัวเองว่าเป็นผู้ให้บริการเกม Web3 ระดับพรีเมียมแบบ double-A โดยบริษัทวางตำแหน่ง Evergreen ให้เป็นลูกผสมระหว่างเกมระดับ double-A พรีเมียมกับ MMOs ซึ่งพยายามผสานคุณภาพการผลิตของเกมระดับกลางเข้ากับโครงสร้างโลกเสมือนที่คงอยู่ตลอดไปของเกมแนว massively multiplayer โดย Steve Wade ซีอีโอของ Midnight ได้ก่อตั้งบริษัทในช่วงปลายปี 2021 และระดมทุนได้ $7.5 ล้าน จาก Shima Capital ในเดือนพฤศจิกายน 2023 ซึ่ง Wade มองว่าโปรเจกต์นี้ รวมถึงแอปพลิเคชันเสริมบนมือถือที่วางแผนไว้ จะเป็นทางออกของปัญหาการค้นหาเกม (discoverability) ในอุตสาหกรรมเกมปัจจุบัน

MMO แบบแยกส่วน (Deconstructed MMO)
Wade มองว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดี โดยชี้ให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น การลงทุนของ Disney ใน Epic Games และการเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไว้ในตลาดเกม Web3 โดย Midnight ตั้งเป้าไปที่ภาคส่วนเกมระดับ double-A มูลค่า $35 พันล้าน จากมูลค่ารวมของอุตสาหกรรมเกมที่ $195 พันล้าน
โมเดล MMO แบบแยกส่วนนี้มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงการค้นหาเกมให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือข้ามแนวเกมผ่านเครื่องมือพัฒนาของ Midnight โดยแพลตฟอร์มมีแผนที่จะรองรับระบบเศรษฐกิจที่ผู้เล่นเป็นเจ้าของ (player-owned economies) และตลาดรอง (secondary markets) แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะเจาะจงในการดำเนินการจะยังคงมีจำกัดอยู่ใน white paper ก็ตาม

Evergreen จะเข้าสู่ช่วงทดสอบเบต้าในเดือนมีนาคม และมีกำหนดเปิดตัวผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม โดย Midnight เน้นการระดมทุนผ่านการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) มากกว่าการระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไป Wade เชื่อว่าปี 2024 เป็นช่วงเวลาของการรวมตัวกันในอุตสาหกรรมเกม ซึ่งสร้างโอกาสสำหรับการ เข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์
บริษัทได้เข้าซื้อกิจการบางส่วนของ SquareTwo ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านระบบสมาชิกและเกมบนมือถือไปแล้ว ทำให้ได้รับเทคโนโลยีแบ็คเอนด์และแพลตฟอร์ม Web3 มาครอบครอง โดย Midnight มีแผนที่จะเปิดตัวโทเคนเพื่อสร้างตัวตนในโลก Web3 และสร้างชุมชนก่อนที่จะดำเนินการ ดีล M&A เพิ่มเติม

เป้าหมายของ Wade ไม่ได้หยุดอยู่แค่การปล่อยเกมรายบุคคล Midnight ตั้งเป้าที่จะเปิดตัวเกมเดือนละหนึ่งเกม โดยมีงบประมาณระหว่าง $500,000 ถึง $5 ล้าน ต่อเกม Wade เน้นย้ำถึงการสร้างสิ่งที่เขาเรียกว่าผลิตภัณฑ์ double-A ที่สนุกสนาน และอธิบายถึงการสร้าง Midnight ว่าเป็น "นักล่า" ในอุตสาหกรรมเกม
"สิ่งที่คุณได้ทำไปนั้นมีความหมาย คุณได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่พิเศษใบนี้และโลกดิจิทัล เราจะเป็นสะพานที่จะช่วยให้คุณนำสิ่งเหล่านั้นติดตัวไปกับคุณได้ และผมชอบสโลแกนของเรา ซึ่งเป็นคำขวัญอย่างไม่เป็นทางการของเรา คือการเป็นสะพานเชื่อมพหุจักรวาลสู่เมตาเวิร์ส (multiversal bridge to the metaverse)"
Wade อดีตนายธนาคารเพื่อการลงทุนกล่าวเสริมว่า: "เรากำลังสร้างตัวเองให้เป็นนักล่า เราถูกสร้างมาเพื่อเป็นเครื่องจักรในการเข้าซื้อกิจการ เราวางแผนที่จะปล่อยเกมเดือนละหนึ่งเกม และนี่คือเกมระดับ double-A พวกมันไม่ใช่เกมเล่นฟรี (free to play) พวกมันมีต้นทุน ทุกอย่างกลับมาที่ตัวเกมเสมอ เราต้องการให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ double-A ของเรานั้นสนุก ผมมาที่นี่เพื่อเกม ผมรักที่จะทำให้ผู้คนยิ้มได้"

บทสรุป
โปรเจกต์ Evergreen ของ Midnight เป็นความพยายามที่จะคิดทบทวนโครงสร้างของ MMORPG ใหม่ โดยการรวบรวมเกมหลายเกมไว้ภายใต้ระบบความก้าวหน้าร่วมกัน แนวทางนี้พยายามแก้ปัญหาเรื่องการค้นหาเกมในขณะที่ผสมผสานองค์ประกอบของเกมระดับ double-A พรีเมียมเข้ากับโลกมัลติเพลเยอร์ที่คงอยู่ตลอดไป
การที่บริษัทมุ่งเน้นไปที่กิจกรรม M&A การเปิดตัวโทเคน และสิ่งที่เรียกว่าสะพานเชื่อมพหุจักรวาล สะท้อนให้เห็นถึงการตีความเทรนด์เกม Web3 ในปัจจุบัน โมเดล MMO แบบแยกส่วนจะได้รับความนิยมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการลงมือทำจริง แต่การที่ Midnight ให้ความสำคัญกับการที่ผู้เล่นเป็นเจ้าของ (player ownership) และการทำงานร่วมกันข้ามเกม (cross-game collaboration) ก็ถือเป็นมุมมองที่แตกต่างในการบูรณาการ Web3 เข้ากับอุตสาหกรรมเกม ซึ่งการทดสอบเบต้าในเดือนมีนาคมจะเป็นบทพิสูจน์แรกว่าแนวคิดนี้จะใช้งานได้จริงหรือไม่







