ภาพรวม
Saga of the Moon Priestess เป็นเกมแนว Action-Adventure มุมมองจากด้านบน (Top-down) พัฒนาโดย Pixel Trash และจัดจำหน่ายโดย Eastasiasoft วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2024 ตัวเกมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมคลาสสิกยุค 8-bit และ 16-bit โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Sarissa ฮีโร่สาวที่ต้องออกเดินทางในโลก Lunaria หลังจากเจ้าชายถูกลักพาตัวไปโดยศัตรูปริศนา ด้วยอาวุธคู่กายอย่างหอกและความสามารถในการสื่อสารกับ Goddess of the Moon ทำให้ Sarissa ต้องฝ่าฟันดันเจี้ยนและสำรวจโลกที่กำลังสั่นคลอนจากการล่มสลาย
พล็อตเรื่องอาจจะดูเรียบง่าย แต่ความตรงไปตรงมานี่แหละคือเสน่ห์ของเกม ไม่มี Tutorial ยืดยาดหรือช่วงเปิดเกมที่น่าเบื่อ เกมเข้าประเด็นอย่างรวดเร็วและเชื่อมั่นในฝีมือของผู้เล่นที่คุ้นเคยกับแนวเกมนี้อยู่แล้ว ด้วยราคา $5.99 บน PlayStation เกมนี้จึงวางตำแหน่งตัวเองเป็นเกมทางเลือกราคาสบายกระเป๋าสำหรับสาย Retro มากกว่าจะเป็นเกมฟอร์มยักษ์ที่พยายามจะปฏิวัติวงการ

Saga of the Moon Priestess content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
Core Gameplay ของ Saga of the Moon Priestess เน้นไปที่การสำรวจ การต่อสู้ และการไขปริศนาในมุมมอง Top-down แบบคลาสสิก อาวุธหลักของ Sarissa คือหอก ซึ่งการต่อสู้จะเน้นไปที่การอ่านแพทเทิร์นของศัตรูและใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ เหมือนกับเกมสไตล์ Zelda ยุคเก่าที่แฟนเกมคุ้นเคยกันดี

Saga of the Moon Priestess content image
ระบบหลักที่น่าสนใจ:
- การต่อสู้ระยะประชิดด้วยหอก (Spear-based melee combat)
- การสำรวจดันเจี้ยนในมุมมอง Top-down
- การไขปริศนาเพื่อดำเนินเนื้อเรื่อง
- ความสามารถในการสื่อสารกับ Goddess of the Moon
- โครงสร้าง Overworld และดันเจี้ยนแบบคลาสสิก
องค์ประกอบการไขปริศนาถูกผสมผสานเข้ากับเลย์เอาต์ของดันเจี้ยนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่ายัดเยียด ทำให้จังหวะของเกมลื่นไหล ผู้เล่นที่โตมากับยุค NES และ SNES จะจับจังหวะการเล่นได้ทันที

Saga of the Moon Priestess content image
โลกและบรรยากาศภายในเกม
Lunaria คือโลกแห่งเวทมนตร์ที่สร้างขึ้นโดยใช้ภาษาภาพและโทนของเกม RPG แฟนตาซีคลาสสิก การที่เจ้าชายถูกลักพาตัวทำให้สมดุลของอาณาจักรพังทลาย ซึ่งทำให้การเดินทางของ Sarissa มีความหมายมากกว่าแค่ภารกิจช่วยเหลือธรรมดา ความสามารถในการสื่อสารกับ Goddess of the Moon ช่วยเชื่อมโยงเนื้อเรื่องเข้ากับตำนานของโลกได้อย่างลงตัวโดยไม่ซับซ้อนจนเกินไป
ตัวเกมเลือกที่จะโอบรับความเป็น Retro อย่างเต็มที่ ทั้งงานภาพแบบ Pixel art, พาเลตต์สีที่จำกัด และการออกแบบดันเจี้ยนแบบ Tile-based ที่ช่วยตอกย้ำกลิ่นอายยุค 8-bit และ 16-bit ได้เป็นอย่างดี เกมไม่ได้พยายามจะเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง และความสม่ำเสมอนี้เองที่ทำให้โลกของเกมมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน
Saga of the Moon Priestess คุ้มค่าสำหรับแฟนเกม Retro หรือไม่?
สำหรับผู้เล่นที่กำลังมองหาเกม Action-Adventure สไตล์ Retro ที่กระชับ เน้นการไขปริศนา Saga of the Moon Priestess คือคำตอบที่ตรงโจทย์ที่สุด คะแนนบน PlayStation Store อยู่ที่ 4.02 จาก 5 ดาว จากผู้รีวิว 83 คน ซึ่งบ่งบอกได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเกมนี้ได้รับความพึงพอใจอย่างมาก ตัวเกมได้รับเรต ESRB Teen ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาความรุนแรงในรูปแบบแฟนตาซีและธีมที่น่าสนใจ ทำให้เข้าถึงผู้เล่นได้หลากหลายกลุ่ม

Saga of the Moon Priestess content image
ตัวเกมวางจำหน่ายแล้วบน PC ผ่าน Steam, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X/S และ Nintendo Switch ทำให้คุณสามารถเลือกเล่นบนแพลตฟอร์มที่ถนัดได้เลย ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย นี่คือเกมที่ความเสี่ยงต่ำสำหรับใครที่โหยหาการผจญภัยในดันเจี้ยนแบบคลาสสิกที่ไม่ยืดเยื้อจนน่าเบื่อ Pixel Trash สร้างสรรค์ผลงานที่เข้าใจกลุ่มเป้าหมายของตัวเองและส่งมอบประสบการณ์ที่จริงใจโดยไม่มีการปรุงแต่งเกินจำเป็น















