ภาพรวม
Monster Cuisine คือเกมแนว Action RPG อินดี้จากทีมพัฒนา Team Machiavelli และจัดจำหน่ายโดย TARK ที่เปลี่ยนลูปการล่ามอนสเตอร์ให้เป็นแค่ครึ่งหนึ่งของงานเท่านั้น เพราะอีกครึ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นในโรงเตี๊ยม (Tavern) ที่ซึ่งทุกสิ่งที่ถูกล่ามาจาก Forbidden Forest จะต้องกลายมาเป็นเมนูเด็ดบนจานอาหาร นี่เป็นการผสมผสานที่แปลกใหม่สุดๆ: ความตึงเครียดของระบบการต่อสู้ที่เน้นอาวุธ มาเจอกับมินิเกมทำอาหารสุดชิลล์ (Cozy) และสมุดสูตรอาหารที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นตามจำนวนมอนสเตอร์ที่คุณจัดการได้

ตัวเกมเล่นบน Steam สำหรับ Windows โดยมีพื้นที่ให้สำรวจถึง 5 ไบโอม (Biomes) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมด้วยเหล่าสัตว์ประหลาดสุดอันตรายให้ล่าและวัตถุดิบให้ฟาร์ม (Forage) การพัฒนาตัวละครจะส่งผลต่อทั้งสองส่วนของเกม ยิ่งล่ามอนสเตอร์ได้มาก ก็ยิ่งปลดล็อกสูตรอาหารได้มากขึ้น ตั้งราคาขายได้สูงขึ้น และอัปเกรดโรงเตี๊ยมให้ดียิ่งขึ้น ลูปการเล่นนี้มันลงตัวและสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะเลย

เกมเพลย์และระบบต่างๆ
หัวใจหลักของ Monster Cuisine คือวงจร ล่า-ทำอาหาร-เสิร์ฟ ที่ทำให้ทุกการเล่นมีจุดมุ่งหมาย ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ Forbidden Forest คุณจะต้องเลือกอาวุธและจัดชุดเกราะ (Armor set) โดยใช้ชิ้นส่วนที่คราฟต์ (Craft) มาจากการล่าครั้งก่อนๆ การต่อสู้เป็นแบบลงมือทำเองและขึ้นอยู่กับการจัดบิลด์ (Build) ซึ่งเหล่าสัตว์ในตำนานต้องอาศัยการเตรียมตัวจริงจัง ไม่ใช่แค่กดรัวๆ (Button mashing) อย่างเดียว
สรุปจุดเด่นของระบบเกม:
- การล่ามอนสเตอร์ใน 5 ไบโอม
- การเลือกอาวุธและสไตล์การเล่นก่อนออกล่าทุกครั้ง
- ชุดเกราะที่ปรับแต่งได้จากการคราฟต์ซากมอนสเตอร์
- สมุดสูตรอาหารที่ขยายเพิ่มขึ้นตามความคืบหน้าในการล่า
- มินิเกมในโรงเตี๊ยมสำหรับการเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้า
เมื่อกลับมาที่โรงเตี๊ยม มินิเกมจะเปลี่ยนจังหวะของเกมไปอย่างสิ้นเชิง การคอยเติมเครื่องดื่มให้เต็มและเสิร์ฟอาหารร้อนๆ ในขณะที่ลูกค้าหลากหลายประเภทสร้างความวุ่นวาย ถือเป็นความท้าทายในแบบของตัวเอง ซึ่งต่างจากการต่อสู้แต่ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเวลาที่ลูกค้าเข้าร้านพร้อมกันเยอะๆ

อะไรที่ทำให้ Monster Cuisine โดดเด่น?
เกมล่ามอนสเตอร์ส่วนใหญ่มักจะมองว่าช่วงหลังล่าเสร็จเป็นแค่หน้าจอเมนู แต่ Monster Cuisine เปลี่ยนมันให้เป็นโหมดการเล่นหลักเลยทีเดียว การบริหารโรงเตี๊ยมไม่ใช่แค่ของประดับฉาก แต่มันคือกลไกทางเศรษฐกิจโดยตรงที่ใช้หาเงินมาซื้ออุปกรณ์ที่ดีขึ้นและปลดล็อกสูตรอาหารใหม่ๆ สิ่งนี้สร้าง Feedback loop ที่ยอดเยี่ยม เพราะการเก่งขึ้นในการต่อสู้จะช่วยให้ประสบการณ์ในโรงเตี๊ยมดีขึ้น และในทางกลับกันก็เช่นกัน
มินิเกมงัดข้อและเต้นระบำหน้าท้องยังบ่งบอกว่า Team Machiavelli ไม่ได้ซีเรียสกับเกมนี้จนเกินไป มันมีเสน่ห์เฉพาะตัวในเกมที่สั่งให้คุณไปปราบสัตว์ในตำนาน แล้วพอกลับมาก็ต้องมานั่งกังวลว่าซุปของคุณร้อนพอหรือยัง
โลกและบรรยากาศในเกม
Forbidden Forest ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ล่าหลัก โดยแบ่งออกเป็น 5 ไบโอมที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งแต่ละที่ก็มีบรรยากาศและรายชื่อมอนสเตอร์ที่ต่างกัน การออกสำรวจ (Expedition) จะรวมทั้งการต่อสู้และการฟาร์มวัตถุดิบ ซึ่งหมายความว่าตัวเกมให้รางวัลกับการสำรวจมากกว่าแค่การมองหาศัตรูตัวถัดไป บรรยากาศของเกมเอนเอียงไปทางแฟนตาซีโรงเตี๊ยมโดยไม่ถึงกับเป็น High-fantasy จ๋าๆ ทำให้โทนของเกมอยู่กึ่งกลางระหว่างความอบอุ่นชิลล์ๆ กับความอันตรายที่สัมผัสได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังอยู่ในไบโอมไหน

เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
กลไกสมุดสูตรอาหารคือตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เกมนี้เล่นซ้ำได้เรื่อยๆ เพราะสูตรอาหารจะปลดล็อกตามสิ่งที่คุณล่าและจำนวนครั้งที่ล่า ทำให้มีแรงจูงใจสม่ำเสมอในการกลับไปลุยไบโอมที่ยากขึ้นเพื่อจัดการกับมอนสเตอร์ที่เคยรู้สึกว่าเกินมือ การคราฟต์ชุดเกราะเพิ่มอีกชั้นของความลึก เพราะการทดลองผสมผสานบิลด์ต่างๆ จะส่งผลต่อวิธีที่คุณรับมือกับการล่าแต่ละครั้ง ส่วนฝั่งโรงเตี๊ยมก็จะสเกลไปพร้อมกับความก้าวหน้าในการต่อสู้ ทำให้ความยากและความซับซ้อนของเกมเติบโตไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งนำหน้าเกินไป สำหรับผู้เล่นที่ชอบเกมที่ทุกการเล่น (Run) ทำให้พวกเขาพร้อมขึ้นอีกนิดสำหรับครั้งถัดไป Monster Cuisine มอบลูปการเล่นที่คุ้มค่ากับการกลับมาเล่นซ้ำแน่นอน







