เมื่อเกม Web3 เติบโตขึ้น ความยั่งยืนได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางสำหรับนักพัฒนาที่มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามการเก็งกำไรระยะสั้น หนึ่งในแนวทางที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางที่สุดคือแนวคิดของเศรษฐกิจที่ผู้เล่นเป็นเจ้าของ ซึ่งผู้ใช้ถือครองสินทรัพย์ในเกมอย่างแท้จริงและมีส่วนร่วมในการกำหนดระบบนิเวศ
เศรษฐกิจที่ผู้เล่นเป็นเจ้าของขับเคลื่อน Web3 อย่างไร
VOYA Games สตูดิโอเกม Web3 จากเยอรมนีที่ร่วมก่อตั้งโดย Oliver Löffler กำลังดำเนินการเพื่อนำโมเดลนี้มาใช้ผ่านโปรเจกต์หลักอย่าง Craft World เกมแนว tap-to-play นี้ช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้างและแลกเปลี่ยนทรัพยากรในจักรวาลธีมไดโนเสาร์ ถือเป็นการก้าวไปข้างหน้าในการออกแบบประสบการณ์ Web3 ที่เน้นผู้เล่นเป็นศูนย์กลางและยั่งยืน

How Player-Owned Economies Shape Web3
จาก Kolibri สู่ VOYA: สร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืน
Oliver Löffler เข้าสู่อุตสาหกรรมเกมในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Kolibri Games ซึ่งเขาได้ช่วยพัฒนา Idle Miner Tycoon เกมจำลองแนว มือถือ ที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 100 ล้านครั้ง สตูดิโอแห่งนี้เติบโตจากโปรเจกต์ของนักศึกษาจนกลายเป็นบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 100 คน ก่อนที่จะถูกซื้อกิจการโดย Ubisoft ในปี 2021 ประสบการณ์นี้สอนให้ Löffler รู้จักวิธีการขยายขนาดเกม ทีมงาน และชุมชนผู้เล่น ซึ่งเป็นทักษะที่เขานำมาใช้เมื่อเปิดตัว VOYA Games ในปี 2022
แทนที่จะปรับเกม Web2 ที่มีอยู่ให้ใช้กับบล็อกเชน Löffler เลือกที่จะสร้างขึ้นสำหรับ Web3 โดยเฉพาะ ใน บทสัมภาษณ์ กับ ccn เขาเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่ควบคุมโดยนักพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจที่ควบคุมโดยผู้เล่นนั้น นำมาซึ่งความท้าทายในการออกแบบใหม่ ใน Web3 นักพัฒนาไม่สามารถปรับเปลี่ยนเศรษฐศาสตร์โทเค็น (tokenomics) ได้ง่ายๆ ผ่านการอัปเดต ระบบเศรษฐกิจจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและยุติธรรมตั้งแต่เริ่มต้น VOYA Games มุ่งมั่นที่จะสร้างขึ้นบนหลักการนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เล่นไม่ใช่แค่ผู้ใช้งาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ

How Player-Owned Economies Shape Web3
Craft World และ Project Voyager
Craft World เป็นเกมหลักเกมแรกของ VOYA Games ภายใต้แบรนด์ Angry Dynomites Lab ได้รับการออกแบบให้เรียบง่ายและเข้าถึงได้ในตอนแรก ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ เผยให้เห็นเศรษฐกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น แตกต่างจาก เกม จำนวนมากที่ใช้โทเค็นในเกมเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความสวยงามหรือการเก็งกำไรเท่านั้น Craft World มีทรัพยากรบนเชน (on-chain) มากกว่า 25 รายการที่มีบทบาทในการใช้งานจริง วัสดุเหล่านี้ใช้สำหรับการประดิษฐ์ การซื้อขาย และการก่อสร้างภายในเกม และสินทรัพย์ทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเงินส่วนตัวของผู้เล่น
ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นสามารถโอนหรือแลกเปลี่ยนทรัพยากรของตนได้อย่างอิสระ และนักพัฒนาจะไม่สามารถควบคุมการทำธุรกรรมเหล่านั้นได้ เกมนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Project Voyager ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันเสริมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เล่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่าน แพลตฟอร์ม นี้ ผู้ใช้จะทำงานร่วมกันในเป้าหมายร่วมกัน เช่น การสร้างยานอวกาศสำหรับตัวละครไดโนเสาร์ของพวกเขา และรับรางวัลที่สามารถนำไปใช้ได้ทั่วทั้งระบบนิเวศ รางวัลเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อนำกลับไปลงทุนในการเล่นเกม ทำให้ผู้เล่นสามารถพัฒนาการเล่น ซื้อขาย หรือปรับแต่งประสบการณ์ของตนเองต่อไปได้

How Player-Owned Economies Shape Web3
การออกแบบโทเค็นที่เป็นธรรมและการมุ่งเน้นชุมชน
หนึ่งในหลักการสำคัญของ VOYA Games คือการหลีกเลี่ยงโมเดลโทเค็นที่เน้นการเก็งกำไร Löffler อธิบายว่าโทเค็นยูทิลิตี้ของเกมคือ Dyno Coin มีอยู่เพียงเพื่อช่วยให้การเล่นเกมดำเนินต่อไปได้ ผู้เล่นไม่สามารถซื้อได้ผ่านการขายล่วงหน้า (presales) หรือได้รับสิทธิ์เข้าถึงก่อนใครผ่านการจัดสรรแบบพิเศษ แต่โทเค็นจะได้รับจากการเล่นเกม รวมถึงภารกิจและการซื้อขายกับผู้เล่นคนอื่น เป้าหมายคือการสร้างเศรษฐกิจในเกมที่ยั่งยืนซึ่งการใช้โทเค็นผูกติดกับกิจกรรมที่สนุกสนานและมีความหมาย
VOYA Games มุ่งเน้นไปที่การสร้างมูลค่าระยะยาวมากกว่าผลกำไรระยะสั้น Löffler เชื่อว่าหากผู้เล่นสนุกกับตัวเกมเอง พวกเขาก็จะต้องการซื้อโทเค็นของเกมมากขึ้นเพื่อเข้าถึงเนื้อหาเพิ่มเติม ด้วยการผสานยูทิลิตี้เข้ากับวงจรการเล่นเกม VOYA มุ่งหวังที่จะทำให้การเป็นเจ้าของโทเค็นเป็นรองจากประสบการณ์การเล่นเกม

How Player-Owned Economies Shape Web3
การใช้ประโยชน์จากกลไก DeFi ในการเล่นเกม
เศรษฐกิจของ Craft World ดำเนินการผ่านกลไกที่ขับเคลื่อนโดยผู้เล่น รวมถึงฟีเจอร์การเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) เช่น สภาพคล่องพูล (liquidity pools) ผู้เล่นอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนทรัพยากร และมีการบันทึกการแลกเปลี่ยนในเกมมากกว่า 100,000 รายการต่อวัน ระบบการซื้อขายที่คึกคักนี้ช่วยเพิ่มสภาพคล่องที่แท้จริงให้กับเศรษฐกิจและขับเคลื่อนโดยชุมชนทั้งหมด
VOYA Games ยังวางแผนที่จะนำเสนอเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น โปรโตคอลการให้กู้ยืมและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การเพิ่มเติมเหล่านี้จะขยายวิธีที่ผู้เล่นมีปฏิสัมพันธ์กับเศรษฐกิจ โดยมอบโอกาสในการทำงานร่วมกันและการแลกเปลี่ยนมูลค่ามากขึ้น Löffler เน้นย้ำว่าฟีเจอร์ดังกล่าวควรสนับสนุนการเล่นเกม ไม่ใช่ทำให้เสียสมาธิ

How Player-Owned Economies Shape Web3
เกมที่เชื่อมโยงกันและโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับขนาดได้
นอกเหนือจาก Craft World วิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นของ VOYA รวมถึงการสร้างชุดเกมที่เชื่อมโยงกันซึ่งใช้โทเค็น สินทรัพย์ และตัวตนของผู้เล่นร่วมกัน แนวทางนี้จะช่วยให้ทรัพยากรที่ได้รับจากเกมหนึ่งสามารถนำไปใช้ในเกมอื่นได้ สร้างระบบนิเวศที่เป็นหนึ่งเดียว Löffler มองว่านี่เป็นโอกาสไม่เพียงแต่จะดึงดูดผู้เล่นให้มีส่วนร่วมมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาคนอื่นๆ สร้างบนโครงสร้างพื้นฐานของ VOYA โดยใช้ระบบเศรษฐกิจร่วมกัน
การตอบรับในช่วงแรกต่อ Craft World และ Project Voyager เป็นไปในเชิงบวก ภายใน 20 วันแรกของการเปิดตัว มีการสร้างบัญชีมากกว่า 2.7 ล้านบัญชี และมีการทำธุรกรรมบนเชน (on-chain) มากกว่า 2.8 ล้านรายการ ผู้ใช้งานรายสัปดาห์ที่ใช้งานอยู่มีจำนวนประมาณ 40,000 คน แม้ว่าแพลตฟอร์มจะประสบปัญหาทางเทคนิคบางประการ รวมถึงบั๊กและช่วงการเรียนรู้ที่สูงชัน แต่ทีมพัฒนาได้ทำงานอย่างแข็งขันเพื่อแก้ไขข้อเสนอแนะจากผู้ใช้และปรับปรุงประสิทธิภาพ

How Player-Owned Economies Shape Web3
สนับสนุนนวัตกรรมทั่วทั้งวงการเกม Web3
Löffler เชื่อว่าวงการเกม Web3 ยังคงต้องการการทดลองอย่างกว้างขวาง แม้ว่าโปรเจกต์ที่มีงบประมาณสูงมักจะได้รับความสนใจมากกว่า แต่เขาก็โต้แย้งว่าสตูดิโอขนาดเล็กกำลังทำงานที่สำคัญในการทดสอบแนวคิดใหม่ๆ และผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้ เขาชี้ให้เห็นถึงเกมอย่าง Cambria, Pixels และ Fishing Frenzy ซึ่งสร้างขึ้นบน Ronin chain เช่นกัน ว่าเป็นตัวอย่างของแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ในการเล่นเกมและการพัฒนาชุมชน
ด้วยการให้ความสำคัญกับกลไกเกมที่ปรับขนาดได้ ยุติธรรม และน่าสนใจ Löffler หวังว่า VOYA จะสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในการพัฒนาภาคส่วนเกม Web3 เป้าหมายระยะยาวของเขาคือการสนับสนุนระบบนิเวศที่มั่นคงของเกมที่เชื่อมโยงกัน โดยมีผู้เล่นที่ใช้งานอย่างน้อย 100,000 คนต่อเดือน ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยไม่ต้องพึ่งพาการตลาดหรือกระแสความนิยมในการเก็งกำไรมากเกินไป

How Player-Owned Economies Shape Web3
มุ่งสู่ชุมชนและความยั่งยืน
หลักการชี้นำเบื้องหลัง VOYA Games คือการสร้างประสบการณ์ที่ความเป็นเจ้าของช่วยเสริมการเล่นเกม ไม่ใช่บดบัง Löffler มุ่งเน้นไปที่การสร้างชุมชนผู้เล่นที่เข้ามาเพื่อสนุกกับเกมเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เพื่อการเก็งกำไร หากผู้เล่นพบคุณค่าในระบบนิเวศและรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของและความผูกพัน เขาเชื่อว่าสตูดิโอจะบรรลุวัตถุประสงค์
ในขณะที่วงการเกม Web3 ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โปรเจกต์อย่าง Craft World มุ่งหวังที่จะแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถรองรับประสบการณ์ที่น่าสนใจ ยั่งยืน และขับเคลื่อนโดยชุมชนได้ ด้วยการมอบความเป็นเจ้าของให้กับผู้เล่นและการออกแบบระบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว VOYA Games กำลังมีส่วนร่วมในอนาคตที่เกม Web3 จะไม่ถูกกำหนดโดยกระแสความนิยม แต่ด้วยมูลค่าที่ยั่งยืนและการมีส่วนร่วมที่แท้จริง






