ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OMORI Banner

OMORI

บทนำ

OMORI จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์จิตวิทยาที่ชวนขนลุก ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างความจริงและจินตนาการเริ่มเลือนหาย เกม RPG อินดี้ที่ผสมผสานระบบต่อสู้แบบเทิร์นเบสเข้ากับการเล่าเรื่องที่บีบคั้นอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยในโลกที่ดูสดใสแต่แฝงไปด้วยความไม่น่าไว้วางใจ ผลงานจาก OMOCAT, LLC ที่จะท้าทายให้คุณออกสำรวจดินแดนแฟนตาซีและมุมมืดในจิตใจ เพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้บาดแผลและสิ่งที่ถูกลืม

OMORI Screenshot 1
OMORI Screenshot 2
OMORI Screenshot 3
OMORI Screenshot 4
OMORI Screenshot 5
OMORI Screenshot 6
OMORI Screenshot 7
OMORI Screenshot 8
OMORI Screenshot 9
OMORI Screenshot 10

ภาพรวม

OMORI นำเสนอแนวทางการเล่นเกมแนว RPG ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยผสมผสานการสำรวจที่ดูสดใสเข้ากับธีมทางจิตวิทยาที่ลึกซึ้ง ผู้เล่นจะต้องสลับไปมาระหว่างสองโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นั่นคือโลกแห่งจินตนาการที่สดใสและเหนือจริงอย่าง HEADSPACE และโลกแห่งความเป็นจริงที่ดูธรรมดาสามัญอย่าง FARAWAY TOWN โครงสร้างแบบสองโลกนี้สร้างกรอบการเล่าเรื่องที่ทำให้ทุกช่วงเวลาที่สนุกสนานในโลกแห่งความฝันแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคาใจ เหมือนมีบางอย่างที่รอวันจะเผยออกมา

ตัวเอกของเกมมีตัวตนอยู่ในทั้งสองโลก ในฐานะ OMORI ในโลกแห่งความฝัน และในฐานะตัวละครอีกคนหนึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง การมีตัวตนที่แยกจากกันนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เกมได้สำรวจเรื่องราวของความทรงจำ บาดแผลทางใจ และเรื่องราวที่ผู้คนต่างสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับความจริงที่ยากจะยอมรับ

ระบบการต่อสู้ใช้รูปแบบ Turn-based (สลับเทิร์น) แบบดั้งเดิมที่เสริมด้วยกลไกอารมณ์ (Emotion-based) ซึ่งเพิ่มความลึกเชิงกลยุทธ์ ตัวละครสามารถมีสภาวะทางอารมณ์ที่แตกต่างกันได้ ทั้ง HAPPY (มีความสุข), SAD (เศร้า) และ ANGRY (โกรธ) ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการต่อสู้ผ่านความสัมพันธ์แบบเป่ายิ้งฉุบ ตัวละครที่ HAPPY จะได้ค่า Luck เพิ่มขึ้นแต่แม่นยำน้อยลง ตัวละครที่ SAD จะป้องกันได้ดีขึ้นแต่เคลื่อนที่ช้าลง และตัวละครที่ ANGRY จะทำดาเมจได้แรงขึ้นแต่ก็ได้รับความเสียหายมากขึ้นเช่นกัน การบริหารจัดการสภาวะทางอารมณ์ของปาร์ตี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้แทคติกมากกว่าแค่การเลือกคำสั่งโจมตีทั่วไป

ตัวเกมยังสนับสนุนให้ผู้เล่นได้ลองผิดลองถูกผ่านระบบสกิลที่หลากหลาย สมาชิกในปาร์ตี้แต่ละคนมีความสามารถเฉพาะตัวที่สามารถทำคอมโบร่วมกันได้อย่างสร้างสรรค์ ทำให้ผู้เล่นสนุกกับการค้นหาชุดสกิลที่ทรงพลัง โดยสกิลมีตั้งแต่การโจมตีโดยตรงไปจนถึงสกิลสนับสนุนที่ใช้ปรับเปลี่ยนอารมณ์ ฮีลเพื่อนร่วมทีม หรือดีบัฟ (Debuff) ศัตรู

อะไรที่ทำให้โลกของ OMORI น่าจดจำ?

งานดีไซน์ภาพสร้างเอกลักษณ์ที่จดจำได้ทันที โดยตัดกันระหว่างฉากขาวดำที่ดูเรียบง่ายกับการระเบิดของสีพาสเทล HEADSPACE มาในสไตล์งานวาดมือ (Hand-drawn) ที่เต็มไปด้วยตัวละครสุดแปลก สถานที่ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ และภาพที่เหนือจริงซึ่งมีตั้งแต่ความน่ารักชวนฝันไปจนถึงความหลอนที่ชวนขนลุก ในขณะที่คุณกำลังเดินเล่นในพื้นที่ปิกนิกแสนสุขกับสิ่งมีชีวิตสุดประหลาด อีกเดี๋ยวคุณก็อาจต้องไปอยู่ในพื้นที่ที่สะท้อนถึงความทุกข์ใจผ่านสัญลักษณ์ทางภาพ

OMORI

OMORI

การเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อม (Environmental storytelling) แทรกซึมอยู่ในทุกสถานที่ ภูมิศาสตร์ของโลกแห่งความฝันสะท้อนถึงโลกภายในของตัวเอก โดยมีพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามความคืบหน้าของเนื้อเรื่อง WHITE SPACE ทำหน้าที่เป็นฮับ (Hub) แบบมินิมอล ซึ่งเป็นความว่างเปล่าที่มีเพียงวัตถุจำเป็นที่บ่งบอกถึงความโดดเดี่ยวและการหลีกหนี จากจุดเริ่มต้นนี้ ผู้เล่นจะได้ผจญภัยไปยังพื้นที่ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะค่อยๆ เผยให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละคร ความทรงจำที่ถูกลืม และสัญลักษณ์ที่แทนความเจ็บปวดทางอารมณ์

โครงสร้างเนื้อเรื่องและการตัดสินใจของผู้เล่น

เนื้อเรื่องจะดำเนินไปในแต่ละวัน โดยแต่ละรอบจะมีโอกาสให้ผู้เล่นได้สำรวจพื้นที่ต่างๆ พูดคุยกับตัวละครมากมาย และค้นพบชิ้นส่วนของปริศนาที่ใหญ่กว่าเดิม การตามหาบุคคลที่หายไปเป็นตัวขับเคลื่อนเนื้อเรื่องหลัก ในขณะที่จุดเน้นที่แท้จริงคือการทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต และทำไมความทรงจำบางอย่างถึงถูกปิดตาย

  • ระบบต่อสู้แบบ Turn-based
  • กลไกการต่อสู้ที่อิงจากอารมณ์
  • ฉากจบหลากหลายรูปแบบตามการตัดสินใจ
  • เควสต์เสริมและคอนเทนต์เสริมมากมาย
  • การพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคร
OMORI

OMORI

การตัดสินใจของผู้เล่นส่งผลต่อเนื้อเรื่องอย่างมีนัยสำคัญ เกมจะติดตามการเลือกของผู้เล่นตลอดทั้งเกม ตั้งแต่การตัดสินใจครั้งใหญ่ในเนื้อเรื่องไปจนถึงการโต้ตอบเล็กๆ น้อยๆ สิ่งเหล่านี้จะสะสมไปสู่ฉากจบที่แตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นมองย้อนกลับไปเห็นภาพรวมของการเดินทางทั้งหมด การเลือกเส้นทางที่แตกแขนงออกไปสนับสนุนให้ผู้เล่นกลับมาเล่นซ้ำ (Replay) เพื่อทำความเข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมดอย่างถ่องแท้ และเห็นว่าการตัดสินใจที่ต่างออกไปส่งผลต่อความสัมพันธ์ของตัวละครและมุมมองต่อเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไร

งานเสียงและบรรยากาศ

เพลงประกอบช่วยเสริมการเล่าเรื่องด้วยท่วงทำนองที่สลับไปมาระหว่างความสดใสกับความหลอนที่ติดหู ธีมดนตรีสะท้อนถึงความย้อนแย้งทางอารมณ์ที่เป็นหัวใจของเกม เพลงที่สนุกสนานจะคลอไปกับการสำรวจในพื้นที่ที่สดใส ในขณะที่เสียงเปียโนที่หม่นหมองจะเน้นย้ำช่วงเวลาแห่งการทบทวนหรือการเปิดเผยความจริง งานออกแบบเสียงยังรวมไปถึงเสียงบรรยากาศที่ช่วยเพิ่มความสมจริง ตั้งแต่ความเงียบที่น่าอึดอัดของ WHITE SPACE ไปจนถึงเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วในพื้นที่ที่มีผู้คน

OMORI

OMORI

เกมนี้ไม่มีการพากย์เสียง ทำให้บทสนทนาที่เป็นตัวอักษรและการนำเสนอทางภาพเป็นตัวถ่ายทอดบุคลิกของตัวละคร ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ช่วยให้ผู้เล่นโฟกัสกับงานศิลป์ของเกมได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้จินตนาการเสียงของตัวละครตามความรู้สึกของตัวเอง

การสำรวจและคอนเทนต์เสริม

นอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว OMORI ยังมีคอนเทนต์เสริมอีกมากมาย เควสต์เสริมช่วยให้ตัวละครสมทบมีมิติมากขึ้น พร้อมทั้งให้รางวัลเป็นการสำรวจไอเทมพิเศษ สกิล และ Lore (เนื้อเรื่องเบื้องหลัง) ความลับที่ซ่อนอยู่ทั่วทั้งสองโลกกระตุ้นให้ผู้เล่นต้องสำรวจอย่างละเอียด บางพื้นที่อาจเข้าถึงได้ก็ต่อเมื่อทำตามเงื่อนไขเฉพาะหรือเลือกเส้นทางเนื้อเรื่องที่กำหนดไว้เท่านั้น

เกมนี้ให้ความสำคัญกับเวลาของผู้เล่นด้วยการอนุญาตให้เซฟเกมได้ตามจุดที่กำหนด ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาความตึงเครียดผ่านองค์ประกอบของเกมแนวสยองขวัญ การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไอเทมฮีลและไอเทมเพิ่มสถานะต้องใช้อย่างมีกลยุทธ์ โดยเฉพาะในช่วงตะลุยดันเจี้ยนที่ยาวนานหรือการสู้กับบอสที่ท้าทาย

OMORI

OMORI

มินิเกมและของสะสมช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับประสบการณ์การเล่น ผู้เล่นสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่เรื่องสนุกๆ ไปจนถึงความท้าทายที่ซับซ้อนซึ่งทดสอบทักษะนอกเหนือจากการต่อสู้ กิจกรรมเสริมเหล่านี้ช่วยปรับจังหวะของเกมให้ผ่อนคลายขึ้น พร้อมทั้งช่วยเสริมการสร้างโลกและพัฒนาตัวละครให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ความต้องการขั้นต่ำแนะนำ
OS-Microsoft Windows 10 (32bit/64bit)
ProcessorIntel N4100 (หรือเทียบเท่า) หรือดีกว่าIntel Core i3-6100 หรือดีกว่า
Memory4 GB RAM8 GB RAM
GraphicsDirectX 9/OpenGL 4.1 ที่รองรับ GPUรองรับไดรเวอร์ฮาร์ดแวร์ OpenGL ES 2.0 สำหรับการเร่งความเร็ว WebGL
DirectXเวอร์ชัน 9.0cเวอร์ชัน 9.0
Storageพื้นที่ว่าง 2 GBพื้นที่ว่าง 2 GB

บทสรุป

OMORI ถือเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งในวงการเกมอินดี้ โดยผสมผสานกลไก RPG แบบ Turn-based ที่เข้าถึงง่ายเข้ากับการเล่าเรื่องที่กินใจ ซึ่งสำรวจบาดแผลทางจิตใจผ่านภาพสัญลักษณ์ต่างๆ ระบบการต่อสู้ที่อิงจากอารมณ์ช่วยเพิ่มความลึกเชิงกลยุทธ์ ในขณะที่โครงสร้างแบบสองโลกสร้างกรอบการเล่าเรื่องที่ทำให้ผู้เล่นต้องตั้งคำถามกับความจริงจนถึงบทสรุปสุดท้าย ด้วยฉากจบที่หลากหลาย คอนเทนต์เสริมที่อัดแน่น และงานภาพและเสียงที่มีเอกลักษณ์ เกมสยองขวัญแนวเหนือจริงนี้มอบประสบการณ์ที่ชวนให้ขบคิดและตราตรึงใจไปอีกนานหลังจากเล่นจบ

ความต้องการของระบบ

ขั้นต่ำ
Processor
Intel N4100 (or similar) or better
Memory
4 GB RAM
Graphics
DirectX 9/OpenGL 4.1 capable GPU
DirectX
Version 9.0c
Storage
2 GB available space
แนะนำ
OS
Microsoft Windows 10 (32bit/64bit)
Processor
Intel Core i3-6100 or better
Memory
8 GB RAM
Graphics
OpenGL ES 2.0 hardware driver support required for WebGL acceleration
DirectX
Version 9.0
Storage
2 GB available space

เกี่ยวกับ OMORI

สตูดิโอ

OMOCAT, LLC

เว็บไซต์

omori-game.com

วันวางจำหน่าย

December 25th 2020

OMORI

ดำดิ่งสู่โลกแห่งความฝันสุดหลอนใน OMORI เกม RPG แนวสยองขวัญที่คุณต้องออกผจญภัยไปกับเพื่อนๆ พร้อมเผชิญหน้ากับความกลัวและปมในใจที่ถูกฝังลึก

ผู้พัฒนา

OMOCAT, LLC

สถานะ

เล่นได้

วันวางจำหน่าย

December 25th 2020

แพลตฟอร์ม

โฆษณา