Overview
Tony Hawk's Underground 2 เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2004 ในฐานะภาคต่อจาก Neversoft ที่สานต่อความสำเร็จของหนึ่งในเกมสเก็ตบอร์ดที่ขายดีที่สุดตลอดกาล พรีมิสของเกมนั้นเรียบง่ายแต่ได้ใจ: Tony Hawk และ Bam Margera แบ่งทีมกันเป็นคู่ปรับและออกตะลุยไปทั่วโลกเพื่อทำลายล้าง พ่นสีสเปรย์ และทำคอมโบ (Combo) ที่ยาวแบบหลุดโลก เกมนี้มีความบ้าคลั่ง สนุกสุดเหวี่ยง และมีความเป็นตัวเองสูงกว่าภาคก่อนหน้า ซึ่งพลังงานเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้มันกลายเป็นเกมระดับตำนานที่ใครก็ลืมไม่ลง
โครงสร้างของ World Destruction Tour เป็นข้ออ้างชั้นดีที่พาผู้เล่นไปเยือนสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ Boston, Barcelona, New Orleans และอีกมากมาย แต่ละด่านอัดแน่นไปด้วยภารกิจที่เข้ากับบรรยากาศของเมืองนั้นๆ ตั้งแต่การพ่นสี Graffiti ด้วยสเตนซิล (Stencil) ไปจนถึงการตามหา Skate line ลับที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ความหลากหลายนี้ช่วยให้เกมไม่รู้สึกจำเจ แม้ว่าระบบการเล่นสเก็ตบอร์ดหลักจะยังคงความสนุกแบบเดิมเอาไว้ในทุกเลเวลก็ตาม
สำหรับใครที่เติบโตมากับ Tony Hawk's Pro Skater โหมด Classic คือการคารวะยุคสมัยนั้นอย่างแท้จริง มันตัดโครงสร้างเนื้อเรื่องออกไปแล้วโยนคุณเข้าสู่การเล่นแบบจำกัดเวลา พร้อมเป้าหมายที่คุ้นเคยอย่าง High Score, Sick Score, Secret Tape และภารกิจ Combo ที่เน้นการตามหาไลน์การเล่นแบบสุดโต่ง ซึ่งเป็นจุดขายที่ทำให้ซีรีส์นี้โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้
Gameplay and mechanics
ระบบการเล่นสเก็ตบอร์ดใน THUG2 ต่อยอดมาจากรากฐานที่ Neversoft ขัดเกลามาหลายภาค ไม่ว่าจะเป็น Manual, Revert, Spine transfer และ Wall ride ที่สามารถนำมาเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นคอมโบยาวเหยียดที่กินเวลาการเล่นไปได้หลายนาทีถ้าคุณเล่นเป็น ระบบหลักที่สำคัญประกอบด้วย:
- การเชื่อม Manual และ Revert เพื่อทำคอมโบต่อเนื่อง
- Spine transfer ข้ามระหว่างทางลาด
- การพ่น Graffiti ด้วยสเตนซิลที่ปรับแต่งเองได้
- การแปะสติกเกอร์ (Sticker slapping) ตามพื้นผิวต่างๆ ในฉาก
- การสร้าง Skate line ในพื้นที่เปิด

Tony Hawk's Underground 2 content image
ระบบปรับแต่งตัวละคร (Custom skater) ช่วยให้ผู้เล่นสร้างนักสเก็ตขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ศูนย์แล้วพาเข้าไปลุยในเนื้อเรื่องพร้อมกับเหล่าโปรเพลเยอร์ การได้เล่นเป็นตัวละครที่เราสร้างเองเคียงข้างกับชื่อดังอย่าง Tony Hawk, Bam Margera, Steve-O และ Bob Burnquist ช่วยเพิ่มความอินและความเป็นเอกลักษณ์ที่เกมแบบมีแค่ตัวละครสำเร็จรูปให้เลือกไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ยังมีโปรสเก็ตให้เลือกเล่นกว่า 20 คน ซึ่งแต่ละคนก็มีท่าพิเศษ (Special trick) และค่าสถานะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
What does Classic mode offer?
โหมด Classic คือคำตอบของ THUG2 ที่พิสูจน์ว่าเกมนี้ยังคงให้เกียรติประวัติศาสตร์ของตัวเอง คำตอบสั้นๆ คือ: ใช่เลย มันจำลองโครงสร้างของเกม Tony Hawk's Pro Skater ภาคแรกๆ กลับมา โดยให้ผู้เล่นทำภารกิจในเวลา 2 นาทีต่อรอบ พร้อมรายการเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ ไม่มีคัตซีนเนื้อเรื่อง ไม่มีภารกิจสำรวจแบบเปิดกว้าง มีเพียงแรงกดดันจากนาฬิกานับถอยหลังและลิสต์ภารกิจที่ต้องพิชิตเท่านั้น
โหมดนี้ทำหน้าที่ทั้งการเรียกความทรงจำเก่าๆ และยังเป็นโหมดที่ท้าทายความสามารถอย่างแท้จริง การจะเคลียร์เป้าหมาย Classic ให้ครบทุกด่านต้องอาศัยฝีมือที่แม่นยำและการจดจำเส้นทางในแต่ละแมพได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

Tony Hawk's Underground 2 content image
Impact and legacy
THUG2 เปิดตัวในช่วงที่ซีรีส์ Tony Hawk ยังคงเป็นเจ้าตลาดของเกมสเก็ตบอร์ด และทำยอดขายได้ดีจนตอกย้ำตำแหน่งนี้ในช่วงกลางยุค 2000 การที่เกมกล้าที่จะนำเสนอความบ้าหลุดโลก การดึงเอาแก๊ง Jackass มาร่วมแจมกับโปรสเก็ตตัวจริง และการออกแบบด่านที่เน้นความโกลาหล ช่วยให้เกมนี้โดดเด่นและแตกต่างจากภาค Underground 1 ที่มีความสมจริงมากกว่า
ด้วยจำนวนตัวละครที่หลากหลาย โหมด Classic ที่ชวนให้คิดถึงวันวาน และโครงสร้างการทัวร์สเก็ตพาร์คทั่วโลก ทำให้ THUG2 มีคอนเทนต์ที่อัดแน่นจนยังคงเล่นสนุกแม้เวลาจะผ่านไปสองทศวรรษแล้วก็ตาม สำหรับใครที่มองหาเกมสเก็ตบอร์ดที่มีท่าเล่นหลากหลาย ตัวละครที่น่าจดจำ และมีความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำ นี่คือหนึ่งในภาคที่แข็งแกร่งที่สุดของซีรีส์นี้เลยทีเดียว

Tony Hawk's Underground 2 content image











