Subnautica 2 ได้เปิดให้เล่นในรูปแบบ Early Access แล้ว และผู้เล่นหลายคนเริ่มพบว่าการตั้งค่ากราฟิกเริ่มต้นแบบ Epic นั้นส่งผลกระทบต่อเฟรมเรต (Frame rate) อย่างมาก จากการทดสอบฮาร์ดแวร์โดย PC Gamer พบว่าการปรับการตั้งค่ากราฟิก 5 รายการลงเพียงหนึ่งระดับจาก Epic เป็น High สามารถเพิ่มเฟรมเรตได้ตั้งแต่ 29 ถึง 33 fps ขึ้นอยู่กับ GPU และความละเอียดหน้าจอที่คุณใช้ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพที่เห็นผลชัดเจนจากการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ตัวเกมพัฒนาด้วย Unreal Engine 5 และมีการใช้งาน Lumen ซึ่งเป็นระบบ Dynamic Global Illumination และระบบสะท้อนแสงของ Epic Games อย่างหนักหน่วง แม้ว่า Lumen จะให้ภาพที่สวยงามมาก แต่ก็กินทรัพยากรเครื่องสูงเช่นกัน และในขณะนี้ Subnautica 2 ก็กำลังทำให้ฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์ทำงานหนักเกินคาดในความละเอียดหน้าจอทั่วไป
ผลการทดสอบ Benchmark ที่เกิดขึ้นจริง
การทดสอบดำเนินการบน GPU ของ Nvidia สองรุ่นคือ RTX 5060 Ti 8 GB และ RTX 5080 โดยเปิดใช้งาน Quality upscaling และปิด Frame generation ไว้ ที่ความละเอียด 1080p ในการตั้งค่า Epic เต็มรูปแบบ RTX 5060 Ti ทำเฟรมเรตเฉลี่ยได้ 60 fps โดยมีค่า 1% lows ตกลงไปถึง 36 fps ส่วน RTX 5080 ทำเฟรมเรตเฉลี่ยได้ 102 fps ที่ 1080p แต่เหลือเพียง 78 fps ที่ 1440p ซึ่งถือว่าน่าผิดหวังสำหรับ GPU ในระดับราคานี้
เมื่อเปลี่ยนมาใช้การตั้งค่าแบบผสมระหว่าง Epic และ High ตัวเลขเฟรมเรตก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด RTX 5060 Ti ทำเฟรมเรตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 89 fps ที่ 1080p และ 76 fps ที่ 1440p ส่วน RTX 5080 ทำได้ถึง 132 fps ที่ 1080p และ 107 fps ที่ 1440p นอกจากนี้ ค่า 1% lows ยังปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ซึ่งสำคัญกว่าค่าเฉลี่ยสำหรับเกมที่อาการกระตุก (Stutter) อาจทำลายอรรถรสในการเล่นได้
5 การตั้งค่าที่กินทรัพยากรมากที่สุด
นี่คือรายการการตั้งค่าที่คุณควรปรับ โดยทั้ง 5 รายการอยู่ในเมนู Graphics และให้ปรับลดจาก Epic ลงมาเป็น High:
- Global illumination (ตัวการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ Lumen)
- Shadows
- View distance
- Shading
- Effects
หัวใจสำคัญคือการลด Global illumination จะช่วยลดความหนักหน่วงในการคำนวณแสงทางอ้อมของ Lumen แม้ว่าจะไม่ได้ปิดระบบนี้ไปโดยตรงก็ตาม ความแตกต่างของภาพในพื้นที่ใต้น้ำที่มืดสลัวนั้นแทบไม่เห็นผล ส่วนเงาของวัตถุในน้ำตื้นที่มีแสงสว่างจ้านั้นจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด แต่ต้องดูภาพเปรียบเทียบแบบเคียงข้างกันถึงจะสังเกตเห็นได้ ในขณะที่เล่นจริง ผู้เล่นส่วนใหญ่แทบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเลย
ในขณะนี้ Subnautica 2 ยังไม่รองรับ FSR ในช่วงเปิดตัว ผู้ใช้ GPU ของ AMD จะถูกจำกัดให้ใช้ได้เพียง TSR สำหรับการทำ Upscaling จนกว่าจะมีการอัปเดต FSR ในอนาคต ส่วนผู้ใช้ Nvidia สามารถเปิดใช้งาน DLSS Frame Generation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้
บริบทด้านประสิทธิภาพในช่วง Early Access
เนื่องจากเกมยังอยู่ในช่วง Early Access ประสิทธิภาพอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อผู้เล่นเข้าสู่พื้นที่ที่กินทรัพยากรสูงขึ้น ผู้ทดสอบรายหนึ่งที่ใช้ RX 6800 XT ที่ความละเอียด 1440p ในการตั้งค่า Medium รายงานว่าเฟรมเรตอยู่ที่ช่วง 60 ปลายๆ ถึง 70 กลางๆ ในพื้นที่ที่ซับซ้อนกว่าของเกม ซึ่งบ่งชี้ว่าประสิทธิภาพจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดในโซนที่มีรายละเอียดกราฟิกหนาแน่น ซึ่งการทดสอบในช่วงต้นเกมอาจยังเก็บข้อมูลได้ไม่ครบถ้วน
ตัวเกมยังขาดตัวเลือกในการปิด Lumen โดยตรง ซึ่งทำให้ผู้เล่นไม่สามารถปรับแต่งประสิทธิภาพด้านแสงได้อย่างละเอียด สำหรับการ์ดจอ Nvidia รุ่นใหม่จะมีตัวเลือก Frame generation 2x ให้ใช้ แต่สำหรับผู้ใช้ AMD หรือ Intel ยังไม่มีตัวเลือกที่เทียบเท่าในขณะนี้ คาดว่าจะมีตัวเลือก Upscaling และ Frame generation เพิ่มเติมเข้ามาในระหว่างการพัฒนาต่อไป
สำหรับ เกมแนวเอาชีวิตรอด (Survival games) ที่เน้นการสำรวจและบรรยากาศ ความลื่นไหลของเฟรมเรตมีความสำคัญมากกว่าเกมแนวที่เน้นความเร็วสูง อาการกระตุกระหว่างการดำน้ำลึกถือเป็นอุปสรรคต่อประสบการณ์การเล่นอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นทำให้การปรับปรุงค่า 1% low จากการตั้งค่านี้มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเพิ่มเฟรมเรตเฉลี่ย
สิ่งที่ผู้เล่นควรทราบคือ การตั้งค่าเริ่มต้นแบบ Epic ในรูปแบบปัจจุบันอาจไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมสำหรับฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่ การปรับตั้งค่าทั้ง 5 รายการนี้จะช่วยให้คุณได้รับคุณภาพกราฟิกที่ใกล้เคียงเดิมโดยแลกกับประสิทธิภาพที่เสียไปน้อยลง และตัวเกมก็ยังคงดูสวยงามแม้จะปรับเปลี่ยนค่าเหล่านี้แล้วก็ตาม
สำหรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการปรับแต่งกราฟิกบน PC ในทุกความละเอียด สามารถดูได้ที่ คู่มือการตั้งค่ากราฟิกที่ดีที่สุดของ Subnautica 2 ซึ่งครอบคลุมทั้งความละเอียด 1080p, 1440p และ 4K อย่างละเอียด







