ภาพรวม
Super Mario Bros. Wonder ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2023 คือการกลับมาของเกม Mario แนว 2D side-scrolling จาก Nintendo EPD หลังจากที่เคยฝากผลงานไว้ใน New Super Mario Bros. U Deluxe เมื่อปี 2019 เกมนี้จะพาผู้เล่นไปผจญภัยใน Flower Kingdom โดย Mario และผองเพื่อนต้องร่วมมือกันหยุดยั้ง Bowser หลังจากที่เขารวมร่างเข้ากับปราสาท Wonder Flower ของอาณาจักร จนทำให้โลกทั้งใบเปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดเดาไม่ได้ ทุกด่านในเกมจะแฝงความไม่แน่นอนนี้ไว้ผ่านกลไกการเก็บไอเทมเพียงหนึ่งเดียวที่เปลี่ยนทุกอย่างให้ไม่เหมือนเดิม
Wonder Flower คือฟีเจอร์หลักที่เป็นหัวใจสำคัญของเกม เพียงแค่สัมผัสไอเทมนี้ในด่าน กฎเกณฑ์ของเลเวลนั้นก็จะบิดเบี้ยวหรือพังทลายลงทันที ท่อต่างๆ จะงอกขาเดินไปมาทั่วหน้าจอ ศัตรูจะแห่กันออกมาเป็นร้อยๆ ตัว ตัวละครของผู้เล่นจะหดตัว ยืดออก หรือกลายร่างเป็นอย่างอื่น ซึ่งไม่มี Wonder sequence ไหนที่เหมือนกันเลย และ Nintendo ก็เก็บงำความลับนี้ไว้จนกว่าคุณจะกดใช้มัน ทำให้การเล่นรอบแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดเดาไม่ได้อย่างแท้จริง
Wonder Flower ทำอะไรได้บ้าง?
Wonder Flower เป็นไอเทมที่เก็บได้เฉพาะในด่าน ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ชั่วคราวต่อสภาพแวดล้อม ศัตรู หรือตัวละครของผู้เล่น แต่ละด่านจะมีไอเทมนี้เพียงชิ้นเดียวและเอฟเฟกต์ก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละสเตจ บางด่านจะเปลี่ยนมุมกล้อง บางด่านจะเปลี่ยน Mario ให้กลายเป็น Goomba หรือบางด่านก็เปลี่ยนกฎฟิสิกส์ไปเลย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะอยู่ได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่ด่านจะกลับสู่สภาพปกติ ซึ่งถือเป็นการให้รางวัลกับผู้เล่นที่ชอบสำรวจมากกว่าการรีบวิ่งผ่านไป

กลไกสำคัญใน Super Mario Bros. Wonder:
- การเปลี่ยนร่างด้วย Wonder Flower ในแต่ละด่าน
- ระบบ Badge สำหรับปรับแต่งความสามารถ
- ดอกไม้พูดได้ (Talking flowers) ที่คอยให้คำแนะนำและคอมเมนต์ต่างๆ
- Wonder Seeds ไอเทมสะสมหลักของเกม
- โหมด Co-op ทั้งแบบออนไลน์และ Local สูงสุด 4 คน

ระบบ Badge เพิ่มมิติการปรับแต่งตัวละครแบบที่ซีรีส์นี้ไม่เคยมีมาก่อน ผู้เล่นสามารถติดตั้ง Badge ได้หนึ่งชิ้นก่อนเข้าด่าน โดยแต่ละชิ้นจะมอบความสามารถติดตัว (Passive ability) เช่น การกระโดดลอยตัว การปีนกำแพง หรือการว่ายน้ำแบบ Dolphin kick ซึ่ง Badge เหล่านี้จะปลดล็อกจากการสำรวจและสามารถสลับเปลี่ยนได้อย่างอิสระระหว่างด่าน ทำให้เกมมีองค์ประกอบของการพัฒนาตัวละครที่เรียบง่ายโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบ Skill tree ที่ซับซ้อน
ตัวละครที่เล่นได้และโหมด Co-op
Super Mario Bros. Wonder เปิดตัวด้วยรายชื่อตัวละครที่เล่นได้เยอะที่สุดในเกม Mario แนว 2D เท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็น Mario, Luigi, Peach, Daisy, Toad, Toadette และ Yoshi ซึ่งทุกคนสามารถเลือกเล่นได้ตั้งแต่เริ่มเกม โดยตัวละครทั้งหมดจะมีการเคลื่อนไหวและความสามารถที่เหมือนกัน ส่วน Nabbit และ Yoshi หลากสีจะทำหน้าที่เป็นโหมดช่วยเหลือ (Assist-mode) ที่จะไม่ได้รับความเสียหายจากศัตรู การปรับสมดุลตัวละครให้เท่าเทียมกันนี้เป็นความตั้งใจของทีมพัฒนา เพื่อให้ผู้เล่นเลือกตัวละครตามความชอบส่วนตัวมากกว่าจะดูที่ค่าสเตตัส

โหมด Multiplayer รองรับผู้เล่นสูงสุด 4 คนทั้งแบบ Local หรือออนไลน์ โดยโหมดออนไลน์จะเพิ่มมิติทางสังคมแบบ Passive ผ่านเงาร่างของผู้เล่นคนอื่นที่ปรากฏในด่านจากเซสชันของผู้เล่นคนอื่น ทำให้สามารถโต้ตอบกันได้เล็กน้อยแม้จะเล่นคนเดียวก็ตาม

งานภาพและเสียง
ทิศทางของงานศิลป์เปลี่ยนจากสไตล์แบนๆ เหมือนพลาสติกในซีรีส์ New Super Mario Bros. มาเป็นสิ่งที่ดูมีชีวิตชีวาและแสดงอารมณ์ได้มากขึ้น ตัวละครมีการเคลื่อนไหวแบบ Squash-and-stretch ที่ดูเกินจริง ฉากหลังมีความลึกและรายละเอียดมากขึ้น และ Wonder sequences ก็ยิ่งผลักดันความหลากหลายทางภาพให้ไปไกลกว่าเดิมด้วยเอฟเฟกต์ที่ไม่เคยทำได้ในภาคก่อนๆ ส่วนเพลงประกอบที่แต่งโดยทีมงานจาก Nintendo EPD ก็มีการปรับโทนให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วง ทำให้เสียงเพลงเป็นสัญญาณเตือนที่เชื่อถือได้ว่ากำลังจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
Super Mario Bros. Wonder มอบประสบการณ์เกม Platformer 2D ที่รู้สึกสดใหม่มากกว่าแค่การปรับปรุงจากภาคเดิม กลไก Wonder Flower ทำให้ทุกด่านมีเหตุผลให้เราชะลอความเร็วเพื่อสำรวจ ระบบ Badge เพิ่มความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำผ่านการทดลองสิ่งใหม่ๆ และรายชื่อตัวละครที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้โหมด Co-op เข้าถึงง่ายกว่าภาคไหนๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาเกม Platformer แนว side-scrolling บน Nintendo Switch ที่ให้รางวัลกับความช่างสังเกตของคุณ Wonder คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดในตอนนี้













